"ฮั่วเซ่งเฮง" ส่องทิศทางทอง เตือนอย่าดูแค่ "เฟด" แนะใช้ Gold Futures รับมือผันผวน

Published on 5 ต.ค. 2026

นายวราวุธ เบญจาพุทธารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำระยะสั้นยังผันผวนจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.ตลาดแรงงานที่ชะลอตัวซึ่งช่วยลดแรงกดดันในการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ถือเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ 2.Bond Yield ระยะยาวยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและฐานะการคลังสหรัฐฯ ที่คอยจำกัดการฟื้นตัวของราคา

ทั้งนี้ หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และ Bond Yield กับค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลงพร้อมกัน จะเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนขึ้น และอาจเปิดทางให้ราคาทองคำกลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมได้ ในทางตรงกันข้าม หาก Yield ระยะยาวยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงหรือทำจุดสูงสุดใหม่ แม้เฟดจะมีแนวโน้มพักการขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองก็อาจยังต้องเผชิญแรงขายและต้องใช้เวลาในการสร้างฐาน

นักลงทุนจึงควรจับตาตลาดพันธบัตรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ Bond Yield อายุ 10 ปี, Real Yield และค่าเงินดอลลาร์ ควบคู่ไปกับตัวเลขเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และราคาพลังงาน เนื่องจากคำถามสำคัญในเวลานี้ไม่ใช่เพียงว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมหรือไม่ แต่คือหากเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยแล้ว Bond Yield จะยอมปรับลดลงหรือไม่ หาก Yield และดอลลาร์เริ่มอ่อนตัวลงพร้อมกัน แรงกดดันต่อทองคำจะลดลง แต่ตราบใดที่ Yield ระยะยาวยังสูง ทองคำอาจยังต้องผ่านช่วงการสร้างฐานต่อไป

โดยทองคำโลกเผชิญความผันผวนอย่างหนัก หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls: NFP) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่อัตราว่างงานขยับขึ้นจาก 4.1% เป็น 4.2% รวมถึงมีการปรับลดตัวเลขการจ้างงานในเดือนก่อนหน้า สะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว ส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ทำให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นในช่วงแรก แต่ยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 4,200 ดอลลาร์ได้ ก่อนจะร่วงลงมาบริเวณ 4,130–4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ตาม ในสภาวะตลาดมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง การมีเครื่องมือบริหารพอร์ตลงทุนที่รับมือได้ทั้งสองทิศทางจึงมีประโยชน์อย่างมาก นักลงทุนสามารถใช้เครื่องมืออย่าง Gold Futures และ Mini Gold Online Futures เพื่อการเก็งกำไรตามแนวโน้มและป้องกันความเสี่ยง (Hedge)

Back to top button