สสว. ดันเอสเอ็มอีสู่ธุรกิจสีเขียว ผ่านงาน ‘Grand Halal’ และ ‘ไทยเที่ยวไทย’

Published on 24 ส.ค. 2026

สสว. เสริมแต้มต่อ SME รุกขยาย Green Business
เชื่อมโยงตลาดสากลผ่านงาน ‘Grand Halal’ และ ‘ไทยเที่ยวไทย’

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าการดำเนินงาน “โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business) ประจำปีงบประมาณ 2569” หลังประสบความสำเร็จในการจัดอบรมเชิงสัมมนาพัฒนาทักษะผู้ประกอบการครบถ้วนทั้ง 7 รุ่นทั่วประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 246 ราย สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ พร้อมเดินหน้าเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำกลุ่มผู้ประกอบการภาคการผลิตและเกษตรแปรรูป ร่วมออกบูธในงานแสดงสินค้า Grand Halal Bangkok 2026 ที่ผ่านมา พร้อมเตรียมความพร้อมส่งต่อผู้ประกอบการภาคบริการ การท่องเที่ยว และ Wellness เข้าสู่การขยายตลาดใน “งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79” ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้

ปัจจุบัน บริบทเศรษฐกิจและการค้าทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับมิติความยั่งยืนอย่างเข้มงวด ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าหลักเร่งบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและกติกาการค้าใหม่ อาทิ สหภาพยุโรปที่เริ่มใช้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และข้อบังคับต่อต้านการฟอกเขียว (EU Greenwashing Directive) ที่มีบทลงโทษปรับสูง ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคยินดีจ่ายราคาส่วนเพิ่ม (Sustainability Premium) ให้แก่สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 9.7 แรงกดดันเหล่านี้ทำให้การปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินธุรกิจไปสู่ธุรกิจสีเขียวไม่ใช่เรื่องของการทำCSR หรือการกุศลอีกต่อไป แต่คือกลยุทธ์หลักทางธุรกิจในการสร้าง “แต้มต่อทางการตลาด” (Green Competitive Advantage) เพื่อขยายฐานลูกค้าและเข้าถึงซัพพลายเชนยุคใหม่ในเวทีสากล

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของโครงการส่งเสริม SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียวในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของ MSME ไทยที่ตื่นตัวรับมือกับกติกาโลกใหม่ สสว. เชื่อมั่นว่ามาตรฐานสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นอุปสรรคหรือภาระต้นทุน แต่คือแต้มต่อทางการแข่งขันที่สำคัญในปัจจุบัน การที่ สสว. เข้ามาช่วยสนับสนุนตั้งแต่การประเมิน Green SME Index การให้คำปรึกษาเชิงลึก ไปจนถึงการช่วยทวนสอบมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล เช่น CFO, CFP, Green Hotel และ Green Production โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จะช่วยให้ผู้ประกอบการเพิ่มศักยภาพ ลดต้นทุนในกระบวนการผลิต (Green = Lean) และเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่โปร่งใส ที่สำคัญที่สุดคือการที่ สสว. ผลักดันให้ผู้ประกอบการได้ออกสู่ตลาดจริง ซึ่งความสำเร็จจากการเข้าร่วมงาน Grand Halal Bangkok 2026 ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า สินค้าสีเขียวของไทยมีตลาดรองรับและได้รับความสนใจจากคู่ค้าอย่างมาก และการมุ่งสู่ปลายทางถัดไปในงานไทยเที่ยวไทย จะยิ่งช่วยต่อยอดสร้างรายได้และขยายโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สำหรับการดำเนินงานด้านการตลาด โครงการฯ ได้ต่อยอดนำผู้ประกอบการที่ผ่านการยกระดับความรู้เข้าสู่การทดสอบและขยายตลาดผ่านงานแสดงสินค้าระดับประเทศและสากล โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการออกบูธฟรี ซึ่งภาพรวมความคืบหน้าดำเนินการ แบ่งเป็น 2 ระยะสำคัญ ได้แก่:
งานแสดงสินค้า Grand Halal Bangkok 2026 ที่ผ่านมา โดย สสว. ได้พาผู้ประกอบการภาคการผลิต สินค้าเกษตรแปรรูป อาหาร และเครื่องดื่มสีเขียวจำนวน 7 ราย เข้าร่วมแสดงสินค้า ซึ่งประสบความสำเร็จในการเจรจาธุรกิจ (B2B) กับคู่ค้าในตลาดฮาลาลสากล และได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานอย่างมาก จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ชูจุดเด่นเรื่องมาตรฐานคาร์บอนต่ำและความยั่งยืน

งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79 (20–23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์): เตรียมพร้อมต่อยอด สสว. เตรียมนำผู้ประกอบการภาคบริการ การท่องเที่ยว โรงแรม/ที่พักรักษ์โลก ร้านอาหาร และ Wellness สีเขียว จำนวน 15 ราย เข้าออกบูธเสนอขายแพ็กเกจสินค้าและบริการแก่กลุ่มนักท่องเที่ยวสาย Eco-Tourism และกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นยอดขายจริงและสร้างรายได้หมุนเวียนในภาคการท่องเที่ยว

จากการทดสอบการตลาดทั้งสองงาน สามารถสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการได้ถึง 1.5 ล้านบาท ทั้งนี้ นอกจากกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแล้ว ในขั้นตอนต่อไปของโครงการ สสว. เตรียมจัดกิจกรรม Business Matching ประสานเชื่อมโยงส่งต่อผู้ประกอบการ SME ไปยังผู้ให้บริการธุรกิจสีเขียว ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับหน่วยตรวจรับรองมาตรฐาน สถาบันการเงินชั้นนำเพื่อเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว (Green Finance) รวมถึงผู้ให้บริการเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและโลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศธุรกิจสีเขียวให้สมบูรณ์ โดยคาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจรวมไม่น้อยกว่า 69 ล้านบาท สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ต่อไป