
บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 มีมติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการจำหน่ายทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท รวมถึงธุรกิจให้เช่าพื้นที่ ร้านค้าปลีก กิจกรรมเสริม และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT และ/หรือบริษัทที่ RABBIT มอบหมาย ในราคาขายรวมสูงสุดไม่เกิน 494.60 ล้านบาท
ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวเข้าข่ายเป็น รายการที่เกี่ยวโยงกัน เนื่องจาก RABBIT เป็นบริษัทในกลุ่ม บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ GRAND โดย BTS ถือหุ้น GRAND จำนวน 1,700 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 18.20% ขณะที่ขนาดรายการที่เกี่ยวโยงกันสูงสุดอยู่ที่ 494.60 ล้านบาท หรือคิดเป็น 124.12% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบริษัท
บริษัทจึงต้องเสนอรายการดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติ โดยกำหนดจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2569 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00 น. ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และรายการดังกล่าวต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง โดยไม่นับผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย นอกจากนี้ บริษัทได้แต่งตั้ง บริษัท แคปปิตอล แอ๊ดแวนเทจ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของผู้ถือหุ้น
สำหรับทรัพย์สินที่จะขาย ครอบคลุมอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ตั้งอยู่เลขที่ 259 ซอยสุขุมวิท 19 ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร บนที่ดินรวม 5 ไร่ 15 ตารางวา โดยตัวอาคารมีความสูง 25 ชั้น และชั้นใต้ดิน 2 ชั้น พื้นที่รวมประมาณ 66,111 ตารางเมตร รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ สินค้าคงเหลือ ตลอดจนใบอนุญาตที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจโรงแรม
GRAND ระบุว่า เหตุผลสำคัญของการทำรายการมาจากปัญหา ขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลให้บริษัทผิดนัดชำระค่าเช่าและค่าตอบแทนการเช่าที่ดินส่วนหนึ่งของโรงแรม จนนำไปสู่การบอกเลิกสัญญาเช่า ขณะเดียวกันยังมีข้อพิพาททางกฎหมายกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจโรงแรม
ด้านฐานะการเงิน บริษัทระบุว่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีภาระหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระและบริษัทได้ขอเลื่อนการชำระออกไปประมาณ 593 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 540 ล้านบาท และดอกเบี้ย 53 ล้านบาท ขณะที่มีหนี้ที่ยังไม่ครบกำหนดชำระอีกประมาณ 8,569 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องเร่งจัดหากระแสเงินสดเพื่อเสริมสภาพคล่อง ชำระหนี้เงินกู้ หุ้นกู้ เจ้าหนี้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
สำหรับเงินที่ได้รับจากการขายทรัพย์สิน ผู้ซื้อจะชำระค่าตอบแทนในวันโอนกรรมสิทธิ์ตามวิธีการที่คู่สัญญาจะตกลงกัน โดยเงินค่าขายบางส่วนจะถูกนำไปชำระ ค่าเช่าและค่าตอบแทนการเช่าที่ GRAND ค้างชำระแก่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วม
อย่างไรก็ตาม การทำรายการยังมีเงื่อนไขบังคับก่อนหลายประการ อาทิ กรรมสิทธิ์ในอาคารโรงแรมต้องถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ซื้อสามารถทำสัญญาเช่าที่ดินกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นระยะเวลา 30 ปี รวมถึงต้องมีการยุติข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและอาคารโรงแรมจนเป็นที่พอใจของผู้ซื้อ ตลอดจนได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ GRAND
บริษัทคาดว่า หากได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและสามารถดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนทั้งหมดได้ครบถ้วน ธุรกรรมดังกล่าวจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จ ภายในปี 2569
Back to top button