นายกฯ ประกาศวิสัยทัศน์ Green Thailand ชูเศรษฐกิจสีเขียว วางฐานสู่พัฒนายั่งยืน

Published on 22 ก.ค. 2026

นายกฯ ประกาศวิสัยทัศน์ Green Thailand ชูเศรษฐกิจสีเขียวเป็นรากฐานการเติบโตระยะยาว ย้ำธรรมาภิบาลคือกุญแจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมผลักดันความร่วมมือโลกด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ก.ค.2569 ที่ศูนย์การประชุมนานาชาตินงนุชพัทยา จ.ชลบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Navigating the Green Transition: Thailand’s Vision for Sustainable Development and Global Climate Action”

ในการประชุมเสวนาคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาคและภาคีที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1 (The 1st Green Bridge Forum) จัดโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีผู้แทนองค์กรตรวจเงินแผ่นดินสูงสุดจากหลายประเทศเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายกฯ กล่าวแสดงความยินดีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Green Bridge Forum ครั้งแรก พร้อมชื่นชม สตง. ที่ริเริ่มเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติ ซึ่งสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการผลักดันธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ ปัจจุบันทุกประเทศกำลังเผชิญความท้าทายร่วมกันในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดย Green Transition ไม่ใช่เพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญของโลก ประเทศที่สามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีศักยภาพดึงดูดการลงทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเพิ่มความพร้อมรับมือกับวิกฤตในอนาคต

นายกฯ ประกาศวิสัยทัศน์ Green Thailand ชูเศรษฐกิจสีเขียว วางฐานสู่พัฒนายั่งยืน

นายกฯ ประกาศวิสัยทัศน์ Green Thailand ชูเศรษฐกิจสีเขียว วางฐานสู่พัฒนายั่งยืน

นายกฯ ยืนยันว่า ประเทศไทยยึดหลักการพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่กัน โดยมองว่าความยั่งยืนไม่ใช่ข้อจำกัดของการพัฒนา แต่เป็นรากฐานสำคัญของความมั่งคั่งในระยะยาว พร้อมเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีนวัตกรรม และมีความยืดหยุ่น

ผ่านการลงทุนด้านพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการส่งเสริมนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นายกฯ ยังเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวจะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ต้องอาศัยธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง การใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า การดำเนินนโยบายที่วัดผลได้ และความโปร่งใสตรวจสอบได้ พร้อมระบุว่า สตง. มีบทบาทสำคัญในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของนโยบายภาครัฐ สนับสนุนการกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูล สร้างความโปร่งใส และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน

นายกฯ กล่าวว่า ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกัน ความไว้วางใจถือเป็นทุนสำคัญของการพัฒนา เพราะช่วยส่งเสริมการลงทุน ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยองค์กรตรวจสอบอิสระมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นดังกล่าว

นายกฯ กล่าวว่า แนวคิด Green Bridge เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมนโยบายกับการปฏิบัติ เชื่อมนวัตกรรมกับความรับผิดชอบ เชื่อมการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และเชื่อมลำดับความสำคัญของแต่ละประเทศเข้ากับความร่วมมือระดับโลก

พร้อมย้ำว่า ไม่มีประเทศใดรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้โดยลำพัง ไทยจึงพร้อมทำงานร่วมกับประชาคมโลก และเดินหน้ามีบทบาทในคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมขององค์การระหว่างประเทศขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินสูงสุด (INTOSAI Working Group on Environmental Auditing) เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายกฯ กล่าวด้วยว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำคัญของโลก หากทุกประเทศร่วมมือกันด้วยวิสัยทัศน์ นวัตกรรม ความเป็นหุ้นส่วน และธรรมาภิบาลที่ดี จะสามารถสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง สังคมที่มีภูมิคุ้มกัน และอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นต่อไป

นายกฯ ยืนยันว่าประเทศไทยในฐานะประธานคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมขององค์การสถาบันตรวจเงินแผ่นดินระหว่างประเทศ จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสีเขียวด้วยหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน