GULF เหตุที่ยังไม่ผ่านแนวต้าน

Published on 10 ส.ค. 2026

หุ้น GULF เป็นหุ้นที่มักเดินเกมเงียบ แต่ไปได้ไกลกว่าที่หลายคนคิดครับ

ถ้ามองเฉพาะกราฟหุ้น GULF รายวันในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา จะเห็นภาพที่ค่อนข้างชัด

จากการลงไปทำฐานแถว 40 บาทช่วงปลายปี 2568  ก่อนพลิกเป็นแนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแรง ราคาทะลุแนวต้านสำคัญทีละระดับ พร้อมสร้าง “จุดสูงใหม่” และ “จุดต่ำใหม่ที่ยกตัวสูงขึ้น” ต่อเนื่อง

รูปแบบแบบนี้ นักวิเคราะห์เทคนิคเรียกว่า Uptrend ที่ยังไม่เสียทรงครับ

แม้ระหว่างทางจะมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะ

แต่ทุกครั้งที่ย่อตัว

แรงซื้อกลับเข้ามารับได้ค่อนข้างเร็ว

ทำให้ภาพใหญ่ยังเป็นการสะสมพลังมากกว่าการกลับตัวลง

ล่าสุดราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 66 บาท

ซึ่งอยู่ใกล้จุดสูงสุดเดิมแถว 68 บาท

ถือเป็นโซนที่แรงขายกับแรงซื้อกำลังวัดกำลังกัน

หากผ่านระดับดังกล่าวได้

กราฟจะเข้าสู่การทำ New High อีกครั้ง

และจะเป็นสัญญาณเชิงบวกในทางเทคนิคครับ

ในทางกลับกัน

ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือฐานเดิมได้

การอ่อนตัวก็ยังเป็นเพียงการพักฐานในแนวโน้มขาขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือกราฟแข็งแรง เพราะพื้นฐานรองรับ

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 สะท้อนภาพนั้นได้ชัดเจน รายได้รวมเติบโต 24% ส่วนกำไรจากการดำเนินงานพุ่งถึง 74% EBITDA ขยายตัวกว่า 41%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าธุรกิจหลักกำลังสร้างกำไรได้ดีขึ้นจริง

แม้กำไรสุทธิจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

แต่เป็นเพราะฐานกำไรพิเศษจากการควบรวม INTUCH ในปีที่แล้ว

หากตัดรายการพิเศษออก

กำไรปกติถือว่าเติบโตโดดเด่นครับ

แรงหนุนสำคัญมาจากโรงไฟฟ้า IPP ที่มีปริมาณขายไฟเพิ่มขึ้น

ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่

ธุรกิจ LNG ยังสร้างกำไรได้ดี

ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ก็เติบโตต่อเนื่อง

รวมทั้งยังได้รับเงินปันผลจาก KBANK เข้ามาเสริมกระแสเงินสด

จึงเห็นโครงสร้างกำไรที่กระจายตัวมากขึ้น

ไม่ใช่อาศัยธุรกิจโรงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต

อีกด้านหนึ่ง GULF กำลังเปลี่ยนตัวเองจากบริษัทโรงไฟฟ้า ไปสู่บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดิจิทัลครับ ทั้ง Data Center, Cloud, AI และ Digital Infrastructure กำลังจะกลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตชุดใหม่

ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนยังทยอยเปิดดำเนินงานต่อเนื่องจนถึงหลายปีข้างหน้า

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังคงมุมมองเชิงบวก เพราะเชื่อว่ากำไรปกติยังเติบโตได้ต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง แม้รายการพิเศษจะลดลงก็ตาม

สิ่งที่ตลาดกำลังให้ราคา

จึงไม่ใช่เฉพาะกำไรของปีนี้

แต่คือศักยภาพการเติบโตอีกหลายปีข้างหน้าครับ

เมื่อกราฟยังไม่เสียทรง

และพื้นฐานยังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

หุ้นแบบนี้…บางครั้งการทยอยซื้อแล้วถือยาว อาจให้ผลตอบแทนดีกว่าการ “ซื้อ-ขาย” ทุกจังหวะ หรือคล้ายกับ “เล่นรอบ” นั่นแหละครับ