เอชแอนด์เอ็ม (H&M) บริษัทค้าปลีกแฟชั่นรายใหญ่จากสวีเดน รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ หลังเดินหน้าคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาและจัดซื้อ แต่ยอดขายยังเติบโตซบเซา ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจาก Shein และ Inditex เจ้าของ Zara
บริษัทระบุว่า กำไรจากการดำเนินงานใน Q3/69 (1 มิ.ย. 31 ส.ค. 2569) ของ H&M เพิ่มขึ้นเป็น 6.04 พันล้านโครนาสวีเดน จาก 4.91 พันล้านโครนาในช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.14 พันล้านโครนา
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 54.0% จาก 52.9% ในปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเงินคืนภาษีศุลกากร ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 53.4%
อย่างไรก็ตาม ยอดขายยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน โดย H&M คาดว่ายอดขายเดือนก.ย.จะเพิ่มขึ้นเพียง 1% เมื่อคำนวณตามสกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. ส่งผลให้ราคาหุ้น H&M เปิดตลาดลดลง 2%
นับตั้งแต่ ดาเนียล เออร์เวอร์ เข้ารับตำแหน่งซีอีโอในเดือนม.ค. 2567 ความสามารถในการทำกำไรของ H&M ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทปรับโครงสร้างการจัดซื้อ เพิ่มสัดส่วนเสื้อผ้าที่สั่งซื้อระหว่างฤดูกาล เพื่อให้ตอบสนองต่อเทรนด์แฟชั่นและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม สินค้าคงคลังในไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้น 9% เมื่อปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว โดยบริษัทระบุว่าเป็นผลจากปัญหาความติดขัดในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
นอกจากนี้ H&M ยังเพิ่มการลงทุนด้านโลจิสติกส์เพื่อรองรับยอดขายออนไลน์ที่ขยายตัว โดยเตรียมทยอยเปิดใช้งานคลังสินค้าแห่งใหม่ในยุโรปตั้งแต่ปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกระจายสินค้าและทำให้สินค้าพร้อมขายมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ทายาทของผู้ก่อตั้ง H&M ได้ทยอยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น จนนำไปสู่กระแสคาดการณ์ว่าอาจมีการซื้อหุ้นคืนเพื่อเพิกถอนบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต