กรมควบคุมโรคชวนตรวจ HIV ฟรีปีละ 2 ครั้ง ย้ำ "รู้เร็ว รักษาเร็ว" ควบคุมเชื้อได้

Published on 29 ส.ค. 2026

วันนี้ (29 ส.ค.2569) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังคงเร่งรัดมาตรการค้นหาผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) เพื่อนำเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาอย่างครอบคลุม จากข้อมูล National AIDS Program (NAP) ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในปี 2568 พบว่ามีผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่ยังมีชีวิตอยู่และทราบสถานะของตนเองประมาณ 550,000 คน

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาคำนวณผ่านแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ คาดการณ์ว่าน่าจะมีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยรวมประมาณ 610,000 คน ซึ่งหมายความว่ายังมีผู้ติดเชื้ออีกราว 60,000 คนที่ไม่ทราบสถานะตนเอง

ข้อเท็จจริงนี้สะท้อนว่า ผู้ที่ไม่ทราบสถานะอาจพลาดโอกาสในการรับยาต้านไวรัสอย่างทันท่วงที และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการส่งต่อเชื้อไปยังผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากผู้ติดเชื้อในระยะแรกไม่สามารถสังเกตได้จากลักษณะภายนอกหรืออาการเจ็บป่วย

ฟรีปีละ 2 ครั้ง แจกชุดตรวจ Self-Test ผ่านเป๋าตัง

เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงระบบคัดกรอง ปัจจุบันรัฐบาลเปิดให้คนไทยทุกคนที่มีสิทธิบัตรทอง หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถเข้ารับการตรวจเอชไอวีได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปีละ 2 ครั้ง ณ โรงพยาบาลและสถานพยาบาลในเครือข่าย สปสช. ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังเพิ่มทางเลือกความสะดวกและความเป็นส่วนตัว ด้วยชุดตรวจด้วยตนเอง (HIV Self-Test) ซึ่งประชาชนสามารถกดขอรับได้ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" หรือผ่านช่องทาง Line OA @standbyyou โดยนำไปตรวจเองที่บ้านได้

ทั้งนี้ หากผลการตรวจเบื้องต้นเป็นบวก ควรเดินทางไปเข้ารับการตรวจยืนยันซ้ำที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นกระบวนการรักษาทันที

ตอกย้ำหลักการ U=U รับยาต้านไวรัสต่อเนื่อง

อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุเพิ่มเติมว่า การเข้าสู่ระบบการรักษาเร็วเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด การรับประทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง จะช่วยยับยั้งการขยายตัวของเชื้อ รักษาระดับภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง และทำให้ผู้ติดเชื้อมีคุณภาพชีวิตยืนยาวเหมือนคนปกติ

ที่สำคัญ หากผู้ติดเชื้อสามารถควบคุมปริมาณไวรัสในเลือดให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 200 copies/mL ได้สำเร็จ จะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า U=U (Undetectable = Untransmittable) หรือ "ตรวจไม่พบ = ไม่ถ่ายทอดเชื้อ" ซึ่งได้รับการยืนยันทางการแพทย์แล้วว่า ผู้ที่มีระดับไวรัสดังกล่าวจะไม่แพร่เชื้อเอชไอวี ไปสู่คู่ของตนผ่านการมีเพศสัมพันธ์

ชูทางเลือกป้องกันหลากหลาย-ร่วมหยุดตีตรา

สำหรับการป้องกันการติดเชื้อ กรมควบคุมโรคเน้นย้ำถึงการใช้ทางเลือกที่เหมาะสมกับวิถีชีวิต ได้แก่

  • ถุงยางอนามัย : ใช้อย่างถูกวิธีทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • ยาเพร็พ (PrEP) : ยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่มีเชื้อแต่มีความเสี่ยงต่อเนื่อง
  • ยาเป๊ป (PEP) : ยาป้องกันฉุกเฉินหลังสัมผัสความเสี่ยง ซึ่งต้องเริ่มทานโดยเร็วที่สุดหรือไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังมีความเสี่ยง

พร้อมกันนี้ กรมควบคุมโรค ขอความร่วมมือสังคมในการหยุดการตีตรา และการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี เพื่อสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้ผู้ที่มีความเสี่ยงกล้าออกมาตรวจคัดกรองและรับการรักษา หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ หรือขั้นตอนการตรวจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

อ่านข่าว :

คมนาคมสั่งแก้ "จุดเสี่ยง-คอขวด" ห้วยยอด จ.ตรัง ขยายไหล่ทางลดอุบัติเหตุซ้ำซาก

สาวไทยทุบญี่ปุ่นลิ่วเข้าชิงชิงแชมป์เอเชีย - ลุ้นตั๋วโอลิมปิก 2028

ยอดตายเนปาลพุ่ง 616 คน สูญหายราว 3,000 คน กู้ภัยไม่ยอมแพ้เร่งค้นหาผู้สูญหาย