
[มารุวิเคราะห์] วิเคราะห์หมากกระดานใหม่: เมื่อ Honda ขยับตัวส่งสัญญาณถึงรัฐบาลไทย
บทความโดย : ทีมงาน www.marumura.com
ท่ามกลางสมรภูมิรถยนต์ในไทยที่กำลังดุเดือด โดยเฉพาะการหลั่งไหลเข้ามาของรถยนต์ EV และ REEV จากฝั่งจีน ที่ได้แต้มต่อเรื่องภาษีนำเข้า 0% ล่าสุดค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Honda (ฮอนด้า) ก็ได้ออกมาขยับหมากกระดานสำคัญ ที่เต็มไปด้วยความสุภาพตามสไตล์ญี่ปุ่น แต่ก็แฝงไปด้วยนัยยะที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในงานเปิดตัว Honda Super-One EV เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา… เมื่อคุณโคจิ อิวานามิ บิ๊กบอสของฮอนด้า ประเทศไทย ได้ส่งสัญญาณตรงถึงรัฐบาลไทย

วันนี้มารุมุระจะมาสรุป วิเคราะห์ และเทียบชั้นเชิงกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง Toyota กันค่ะว่า ท่าทีนี้บอกอะไรเราบ้าง?
เสียงสะท้อนจาก Honda: “ขอแค่พื้นที่ให้เราแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม”

ประเด็นหลักที่คุณอิวานามิสื่อสารออกมา ไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจแบบโวยวาย แต่เป็นการกางข้อมูลให้เห็นถึง “ข้อจำกัด” และ “ความตั้งใจจริง” ของฮอนด้าในไทยค่ะ
ภาษีที่ต่างกัน: ปัจจุบันรถยนต์จากญี่ปุ่น สหรัฐฯ และยุโรป โดนกำแพงภาษีนำเข้าถึง 20% ในขณะที่รถ EV/REEV จากบางประเทศ (โดยเฉพาะจีน) ได้รับสิทธิพิเศษภาษี 0% ฮอนด้าไม่ได้ขอ 0% เท่าจีน แต่ขอให้พิจารณา “ลดช่องว่าง” นี้ลงมาบ้าง
ทำไมต้องนำเข้า? ทั้งที่มีโรงงานในไทย: นี่คือจุดที่น่าสนใจมากค่ะ ฮอนด้าบอกว่าไม่ใช่ไม่อยากผลิตในไทย แต่โรงงานที่ปราจีนบุรีตอนนี้ “เกือบเต็มกำลังการผลิตแล้ว” (110,000 คัน/ปี) โดยผลิตถึง 6 โมเดลหลัก (City, City Hatchback, Civic, HR-V, CR-V, Accord) เพื่อขายทั้งในไทยและส่งออกกว่า 70 ประเทศ
คำสัญญาของซามูไร: ฮอนด้ายืนยันว่าจะไม่มีการปลดพนักงาน และยังมีแผนลงทุนขยายกำลังการผลิตเป็น 150,000 คัน/ปี
(8 โมเดล) ภายในปี 2029 เพื่อตอกย้ำว่ายังไงก็ไม่ทิ้งไทย
ผลพลอยได้ของคนไทย: ถ้ารัฐยอมลดภาษีนำเข้ารถญี่ปุ่น คนไทยอาจจะได้เห็นรถรุ่นยอดฮิตที่หลายคนคิดถึงอย่าง Honda Freed หรือ Honda Jazz กลับมาโลดแล่นในราคาที่จับต้องได้ค่ะ
วิเคราะห์กลยุทธ์: Honda มูฟนี้ เหมือนหรือต่างจาก Toyota อย่างไร?

หากเรามองภาพรวมของ 2 ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น จะเห็นถึงจุดร่วมและจุดต่างในวิธีการเจรจากับรัฐบาลไทยที่น่าสนใจมากค่ะ
- จุดที่เหมือนกัน (The Japanese Core Values)
ปกป้อง Supply Chain: ทั้งคู่เน้นย้ำเรื่องการสร้างงานและปกป้องผู้ประกอบการชิ้นส่วน (Supplier) ในไทย ไม่ให้ล้มหายตายจากไปตามกระแส EV
การลงทุนระยะยาว: ทั้งสองค่ายยืนยันการเป็น “พันธมิตรที่ซื่อสัตย์” ของไทย ไม่ใช่แค่มาฉาบฉวย แต่มีการจ้างงานและส่งออกที่ชัดเจน
- จุดที่ต่างกัน (The Strategic Approach)
Toyota: มักจะเดินเกมในรูปแบบของ Multi-pathway (สนับสนุนทั้ง Hybrid, Hydrogen, EV) โดยเน้นไปที่การต่อรองให้รัฐบาล สนับสนุนการผลิตในประเทศ (เช่น ขอให้รวม Hybrid เข้าไปในมาตรการอุดหนุนด้วย) โตโยต้าจะเน้นภาพของการเป็นพี่ใหญ่ที่โอบอุ้มอุตสาหกรรมไทยไว้ทั้งระบบ
Honda: มูฟล่าสุดนี้ ฮอนด้าใช้กลยุทธ์ “Flexibility & Customer Choice” (ความยืดหยุ่นและทางเลือกของลูกค้า) ฮอนด้าไม่ได้มาในมุมที่ว่า “เรากำลังแย่” แต่มาในมุมที่ว่า “โรงงานเราผลิตจนล้นมือแล้ว เราอยากนำเข้ารถรุ่นอื่นๆ มาให้คนไทยใช้บ้าง แต่ติดที่ภาษีมันไม่แฟร์” เป็นการเรียกร้องความยุติธรรมในการนำเข้า โดยเอาแผนการขยายโรงงานในปี 2029 มาเป็นเครื่องการันตีว่า ไม่ได้จะเปลี่ยนจากผู้ผลิตเป็นผู้นำเข้าอย่างเดียวนะ
แล้วประเทศไทย (รัฐบาล) ควรทำอย่างไร?

การแก้ปัญหานี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะไทยต้องบาลานซ์ความสัมพันธ์ระหว่าง “จีน” (ผู้นำเทคโนโลยี EV ใหม่) และ “ญี่ปุ่น” (ผู้มีพระคุณที่สร้างรากฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาหลายสิบปี) นี่คือทางออกที่รัฐบาลควรพิจารณาค่ะ
ใช้ระบบ “โควตานำเข้าแบบมีเงื่อนไข” (Conditional Import Quota): รัฐบาลอาจพิจารณาลดภาษีนำเข้ารถยนต์ CBU จากญี่ปุ่นลง (อาจจะไม่ถึง 0% แต่ลดลงมาให้แข่งขันได้) โดยผูกเงื่อนไขกับยอดการส่งออก หรือปริมาณการผลิตในประเทศ เช่น หากฮอนด้าหรือโตโยต้ามีการจ้างงานและส่งออกรถยนต์จากไทยทะลุเป้า ก็จะได้โควตานำเข้ารถยนต์รุ่นพิเศษ (เช่น Jazz, Freed) ในอัตราภาษีพิเศษ วิธีนี้จะช่วยปกป้องฐานการผลิตในไทยไปพร้อมๆ กัน
ปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นกลาง (Technology Neutrality): พิจารณาภาษีจาก “การปล่อยมลพิษ” (CO2 Emission) ควบคู่ไปกับ “แหล่งกำเนิด” ให้มากขึ้น เพื่อลดข้อครหาเรื่องความไม่เท่าเทียมระหว่างค่ายรถ
ดูแล Supply Chain ท้องถิ่น: ใช้จังหวะนี้เจรจากับค่ายญี่ปุ่นว่า หากไทยยอมลดภาษีนำเข้าให้ ค่ายญี่ปุ่นต้องช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือช่วยให้ Supplier ไทยสามารถปรับตัวเข้าสู่ยุค EV หรือรถยนต์สมัยใหม่ได้เร็วขึ้น



การรักษาสมดุลระหว่างค่ายรถยนต์เก่าแก่ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมานาน กับค่ายรถยนต์หน้าใหม่ที่พกเทคโนโลยีล้ำสมัยมาเต็มกระเป๋า คือโจทย์ท้าทายที่รัฐบาลต้องแก้ให้ขาด เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็น “ดีทรอยต์แห่งเอเชีย” ต่อไปได้ในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ค่ะ

บทความโดย : ทีมงาน www.marumura.com
เรื่องแนะนำ :
– [มารุวิเคราะห์] ทำอย่างไรให้โตโยต้า SAY YES Thailand
– แด่ขบถนักเดินทางผู้รักธรรมชาติ: รำลึกและชื่นชมวิถีแห่ง ‘เรย์ แมคโดนัลด์’
– [มารุวิเคราะห์] ทำอย่างไรให้โตโยต้า SAY YES Thailand
– นิทรรศการอุตะกาวะ คุนิโยชิ – สุดยอดครีเอเตอร์แห่งอุคิโยะเอะ ตอนที่ 1
– จะมีคนญี่ปุ่นแบบเนเน่ ในเวที American Got Talent (AGT) ไหม?
#[มารุวิเคราะห์] วิเคราะห์หมากกระดานใหม่: เมื่อ Honda ขยับตัวส่งสัญญาณถึงรัฐบาลไทย #ฮอนด้า
Tags :
- Honda
- มารุวิเคราะห์
- ยานยนต์ญี่ปุ่น
- รถยนต์
- อุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น
- เอเชี่ยนฮอนด้า


