Honor Magic 9 Series เผยสเปกครบ 3 รุ่น ก่อนเปิดตัวพรุ่งนี้

Published on 27 ก.ย. 2026

Honor Magic 9 Series เผยข้อมูลสเปกของทั้ง 3 รุ่นก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีทั้ง Magic 9, Magic 9 Pro Max และ Magic 9 Super Edition พร้อมจุดเด่นตั้งแต่หน้าจอ 120Hz กล้องความละเอียดสูง ไปจนถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่สุด 11,000mAh

ข้อมูลล่าสุดจาก Digital Chat Station ระบุรายละเอียดสำคัญของ Honor Magic 9 Series ที่ยังไม่เคยเปิดเผยอย่างครบถ้วน ทั้งขนาดหน้าจอ ความจุแบตเตอรี่ ระบบชาร์จ และชุดกล้อง โดยซีรีส์นี้มีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 28 กันยายน พร้อมกัน 3 รุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นมีแนวทางด้านฮาร์ดแวร์แตกต่างกันพอสมควร

รุ่นเริ่มต้นของซีรีส์ใช้หน้าจอ LTPS แบบแบนขนาด 6.37 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K+ และรองรับรีเฟรชเรต 120Hz ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 8E5 พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 8,000mAh รองรับชาร์จเร็วผ่านสาย 80W และชาร์จไร้สาย 50W

ด้านหน้ามาพร้อมกล้องเซลฟี่แบบสี่เหลี่ยมความละเอียด 55MP อัตราส่วน 1:1 ซึ่ง Honor ระบุว่าเป็นกล้องเซลฟี่แบบสี่เหลี่ยมรุ่นแรกบนสมาร์ตโฟน Android

กล้องหลังประกอบด้วยกล้องหลัก 200MP ใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว, กล้อง Ultra-Wide 50MP และกล้อง Periscope Telephoto 200MP รองรับ Optical Zoom 3.5 เท่า โดยกล้อง Telephoto ใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.56 นิ้ว

ด้านความปลอดภัยใช้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Ultrasonic 3D พร้อมปุ่ม AI และปุ่มชัตเตอร์เฉพาะตัวเครื่องยังรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68, IP69 และ IP69K

ตัวเครื่องมีความหนา 8.49 มม. น้ำหนัก 209 กรัม ส่วนรุ่นความจุ 16GB + 512GB มีราคา 5,999 หยวน หรือประมาณ 28,000 บาท

Honor Magic 9 Pro Max

Magic 9 Pro Max ขยับไปใช้หน้าจอ LTPO แบบแบนขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1.5K+ และรีเฟรชเรต 120Hz พร้อมชิป Snapdragon 8EE6 และแบตเตอรี่ 8,800mAh รองรับชาร์จผ่านสาย 100W และชาร์จไร้สาย 80W

กล้องหน้าคงใช้กล้องสี่เหลี่ยม 1:1 ความละเอียด 55MP เช่นเดียวกับ Magic 9 แต่ระบบกล้องหลังได้รับการอัปเกรด โดยกล้องหลัก 200MP ใช้เซนเซอร์ใหญ่ขึ้นเป็น 1/1.28 นิ้ว พร้อมระบบกันสั่น OIS แบบ 3 แกน ขณะที่กล้อง Ultra-Wide มีความละเอียด 50MP และกล้อง Periscope Telephoto 200MP ใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว

รุ่นนี้ยังเพิ่มระบบสแกนใบหน้าแบบ 3D เข้ามาทำงานร่วมกับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Ultrasonic 3D พร้อมมอเตอร์สั่น X-axis Linear Motor และลำโพงคู่ 1216 รวมถึงปุ่ม AI และปุ่มชัตเตอร์เฉพาะ

Magic 9 Pro Max ยังคงมาตรฐาน IP68, IP69 และ IP69K ตัวเครื่องหนา 8.59 มม. และหนัก 233 กรัม ซึ่งมากกว่า Magic 9 จากขนาดแบตเตอรี่และฮาร์ดแวร์กล้องที่ใหญ่ขึ้น

Honor Magic 9 Super Edition

Magic 9 Super Edition เป็นรุ่นที่แตกต่างจากอีกสองรุ่นอย่างชัดเจน โดยใช้หน้าจอแบบแบนขนาด 6.81 นิ้ว ความละเอียด 1.5K+ และรีเฟรชเรต 120Hz ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 8E5 พร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Active Cooling ที่มีพัดลมในตัว

จุดเด่นสำคัญคือแบตเตอรี่ขนาดมหึมา 11,000mAh ซึ่งมีความจุมากที่สุดในทั้งสามรุ่น รองรับชาร์จเร็ว 80W ผ่านสาย และชาร์จไร้สาย 50W

ด้านกล้องถูกวางตำแหน่งให้แตกต่างจากรุ่นอื่น โดยมีกล้องหน้า 50MP ส่วนกล้องหลังประกอบด้วยกล้องหลัก 200MP, กล้อง Ultra-Wide 12MP และกล้อง Telephoto 50MP รองรับ Optical Zoom 3 เท่า

อีกจุดที่แตกต่างคือระบบสแกนลายนิ้วมือ โดย Magic 9 Super Edition ใช้เซนเซอร์ Optical แบบฝังใต้หน้าจอ แทนเซนเซอร์ Ultrasonic ที่ใช้ใน Magic 9 และ Magic 9 Pro Max

แม้จะติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุด แต่ตัวเครื่องกลับมีความหนาเพียง 8.1 มม. ซึ่งบางที่สุดในสามรุ่น และมีน้ำหนัก 227 กรัม

สเปก Honor Magic 9 Series ทั้ง 3 รุ่น

รุ่น Magic 9 Magic 9 Pro Max Magic 9 Super Edition
หน้าจอ 6.37″ LTPS 1.5K+ 120Hz 6.8″ LTPO 1.5K+ 120Hz 6.81″ 1.5K+ 120Hz
ชิป Snapdragon 8E5 Snapdragon 8EE6 Snapdragon 8E5
แบตเตอรี่ 8,000mAh 8,800mAh 11,000mAh
ชาร์จสาย 80W 100W 80W
ชาร์จไร้สาย 50W 80W 50W
กล้องหน้า 55MP Square 1:1 55MP Square 1:1 50MP
กล้องหลัก 200MP 1/1.4″ 200MP 1/1.28″ 200MP
Ultra-Wide 50MP 50MP 12MP
Telephoto 200MP 3.5x 200MP 50MP 3x
สแกนนิ้ว Ultrasonic 3D Ultrasonic 3D Optical
ระบบระบายความร้อน ปกติ ปกติ พัดลม Active Cooling
ความหนา 8.49 มม. 8.59 มม. 8.1 มม.
น้ำหนัก 209 กรัม 233 กรัม 227 กรัม

ข้อมูลชุดนี้ทำให้เห็นชัดว่า Honor ไม่ได้วาง Magic 9 Super Edition เป็นเพียงรุ่นท็อปที่เพิ่มสเปกจาก Magic 9 Pro Max แต่เลือกใช้แนวทางที่แตกต่าง โดยเน้นแบตเตอรี่ 11,000mAh และระบบระบายความร้อนแบบ Active Cooling ขณะที่ Magic 9 Pro Max จะเน้นฮาร์ดแวร์กล้อง หน้าจอ LTPO และระบบชาร์จที่เร็วกว่า

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางส่วนยังเป็นข้อมูลจากการรั่วไหล จึงควรรอการประกาศอย่างเป็นทางการของ Honor ในวันที่ 28 กันยายน เพื่อยืนยันสเปกและรายละเอียดสุดท้ายของทั้งสามรุ่น