
รัฐบาลสหรัฐประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ในวันนี้ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก นาวาเนเทม “นาวี” พิลเลย์ อดีตผู้พิพากษา ICC สามารถคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จากผลงานในการส่งเสริมสันติภาพและกฎหมายระหว่างประเทศ
เจอร์เกน วัตเนอ ฟริดเนส ประธานคณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ กล่าวว่า พิลเลย์มีบทบาทสำคัญในการทำให้มั่นใจว่าอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จะได้รับการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ สหรัฐเคยใช้มาตรการคว่ำบาตรอัยการและผู้พิพากษาของ ICC มาแล้ว
อย่างไรก็ดี มาตรการที่ประกาศในวันนี้มีขอบเขตกว้างขวางกว่ามาก โดยรวมถึงการลงโทษบริษัทเอกชนที่ให้บริการแก่ ICC โดยตรง
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่มีวันยอมให้ศาลอาญาระหว่างประเทศดำเนินคดีกับชาวอเมริกัน”
“ด้วยเหตุนี้ สหรัฐจึงใช้มาตรการคว่ำบาตรศาลอาญาระหว่างประเทศ เราจะห้ามการทำธุรกรรมกับศาลนอกรีตแห่งนี้ ตัดแหล่งทรัพยากร และบั่นทอนความสามารถในการดำเนินงานของศาล”
นาซฮัต ชามีม ข่าน รองอัยการของ ICC ประณามมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว พร้อมระบุว่ามาตรการนี้จะไม่สามารถหยุดยั้งการทำงานของศาลได้
ข่านกล่าวว่า “มาตรการคว่ำบาตรนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบ่อนทำลายหลักนิติธรรมในระดับระหว่างประเทศ และบ่อนทำลายการทำงานของสถาบันตุลาการอิสระ”
“เราจะยังคงทำงานของเราต่อไปในทุกสถานการณ์ ทุกการสอบสวน และทุกการดำเนินคดีของเรา”
ทั้งนี้ สหรัฐวิพากษ์วิจารณ์ ICC จากการออกหมายจับเจ้าหน้าที่อิสราเอล รวมถึง นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล รวมทั้งการที่ ICC ทำการสอบสวนเกี่ยวกับการกระทำของทหารสหรัฐในอัฟกานิสถาน
ปัจจุบัน ICC มีประเทศสมาชิก 125 ประเทศ รวมทั้งประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ทั้งหมด และประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ทั้งหมด ยกเว้นสหรัฐและตุรกี
นอกจากนี้ ICC มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกทั้ง EU และนาโต
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ