
สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก จะจัดการประชุมประจำปี 2026 หรือ IMF-World Bank Annual Meetings 2026 (AM2026) ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ ซึ่งรวมถึง ผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีด้านการพัฒนา นักวิชาการ ผู้บริหารภาคเอกชน และตัวแทนภาคประชาสังคม
คาดว่าที่ประชุมจะมีการหารือในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ เศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ ราคาพลังงาน หนี้สาธารณะ เสถียรภาพทางการเงิน สงครามและภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ IMF จะใช้ไทยเป็นเวทีเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ฉบับล่าสุด ซึ่งจะระบุตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจโลกประจำปี 2026 และ 2027
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญในการประชุม IMF-World Bank ในครั้งนี้ คือการปรากฏตัวของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเป็นผู้กุมบังเหียนธนาคารกลางที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
ทั้งนี้ นายวอร์ชมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันศุกร์ที่ 16 ต.ค.เวลา 10.30-11.00 น. ในรายการที่ใช้ชื่อว่า “Managing Director’s Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh” โดยใช้รูปแบบการสนทนาระหว่างนางกอร์เกียวาและนายวอร์ช ซึ่งทั้งสองจะพูดคุยกันบนเวทีเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายของเฟด โดยคาดว่าจะเป็นที่สนใจของตลาดการเงินทั่วโลก
การกล่าวถ้อยแถลงของนายวอร์ชในวันที่ 16 ต.ค.ถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากวันที่ 17 ต.ค. เป็นวันที่เฟดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 27-28 ต.ค.
กฎระเบียบของเฟดได้ระบุห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout Period เกี่ยวกับนโยบายการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง
IMF ประกาศอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2023 ว่า กรุงเทพฯ ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 โดยการตัดสินใจมาจากการลงมติของคณะกรรมการผู้ว่าการ IMF-World Bank
นอกจากนี้ ไทยเป็นเพียงประเทศที่ 3 นอกสหรัฐที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวมากกว่าหนึ่งครั้ง
ทั้งนี้ IMF แสดงความเชื่อมั่นต่อการเป็นเจ้าภาพของไทยในการจัดประชุมประจำปีในครั้งนี้ โดยระบุในเว็บไซต์ว่า:-
“การจัดการประชุมประจำปีที่กรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดประชุมและการประสานความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนสะท้อนถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ, ความก้าวหน้าด้านสถาบัน และการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องและลึกซึ้งกับประเทศพันธมิตรในระดับนานาชาติตลอดช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา”
“ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวครั้งล่าสุดในปี 1991 การกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งหลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของประเทศไทยและภูมิภาคโดยรวม และเป็นการยอมรับถึงบทบาทสำคัญของเอเชียในการกำหนดวาระด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของโลกในปัจจุบัน”
“การประชุมประจำปีและการประชุมฤดูใบไม้ผลิของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จะรวบรวมผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีด้านการพัฒนา ผู้บริหารภาคเอกชน ตัวแทนภาคประชาสังคม และนักวิชาการจากทั่วโลก เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและประเด็นที่ประชาคมโลกให้ความสนใจ เช่น แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเงิน และการลดความยากจน”
“การประชุมดังกล่าวถือเป็นการรวมตัวในลักษณะนี้เพียงแห่งเดียวในโลก และเป็นเวทีที่มีความโดดเด่นสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ”
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ