
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ส.ค.69) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 24-28 ส.ค. 2569 ที่ระดับ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. ที่ 32.67 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับทิศทางเงินบาทในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมระยะใกล้ ขณะเดียวกัน เงินบาทได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 ของไทย ซึ่งชะลอตัวน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
อย่างไรก็ตาม เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วน สวนทางกับเงินดอลลาร์ที่ฟื้นตัวเล็กน้อย ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีข้อยุติ ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา
ต่อมาเงินบาทกลับมาแข็งค่าและผ่านระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือนที่ 32.64 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่า หลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณาเพิ่มปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวมากกว่าที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ สกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียยังแข็งค่าขึ้นตามเงินเยน หลังตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นเร่งตัวขึ้นในเดือนก.ค. ซึ่งช่วยเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป
สำหรับสัปดาห์หน้า KBANK ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 26 ส.ค. ตัวเลขการส่งออกเดือนก.ค.ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงถ้อยแถลงจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมประจำปีที่ Jackson Hole
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ตลาดให้ความสำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) และ Core PCE เดือนก.ค. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค. ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางเงินดอลลาร์และค่าเงินบาทในช่วงดังกล่าว
Back to top button