
กลุ่มธุรกิจการเงิน ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ากรุงเทพมหานครมียอดโอนกรรมสิทธิ์รวมเพิ่มขึ้นถึง 17.0% แต่มูลค่ากลับขยายตัวเพียง 4.4% ขณะที่จังหวัดสมุทรปราการ จำนวนยูนิตที่โอนเติบโต 7.4% แต่มูลค่ารวมกลับปรับตัวดิ่งลงถึง 9.5% สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนทิศทางไปสู่กลุ่มสินค้าราคาประหยัด (Affordable Segment) และเน้นการหมุนเวียนในตลาดบ้านมือสองมากขึ้น
ทั้งนี้ จากการสำรวจพบความแตกต่างของกำลังซื้ออย่างชัดเจน โดยพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เติบโตโดดเด่น ยอดโอนพุ่งขึ้น 24.9% และมูลค่าเติบโต 16.0% ขณะที่บ้านเดี่ยวชะลอตัวชัดเจน ยอดโอนลดลง 0.7% และมูลค่าลดลง 9.0% โดยเฉพาะอาคารพาณิชย์มือหนึ่งที่ดิ่งลงถึง 48.4%
โดยมูลค่าการโอนที่ลดลงสวนทางกับจำนวนยูนิตที่เพิ่มขึ้น มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย 1. สงครามราคาจากตลาดมือสอง โดยผู้ขายยอมหั่นราคาเพื่อเร่งสภาพคล่อง ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยบ้านเดี่ยวมือสองในสมุทรปราการร่วงลงถึง 30.9% และกรุงเทพมหานครลดลง 10.9% 2. การปรับเปลี่ยนสินค้า ผู้ซื้อปฏิเสธบ้านมือหนึ่งราคาสูง และหันไปเลือกคอนโดมิเนียมหรือบ้านแฝดและทาวน์เฮ้าส์ขนาดเล็กที่ราคาจับต้องได้แทน และ 3. ข้อจำกัดด้านสินเชื่อและหนี้ครัวเรือน จากเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ทำให้กำลังซื้อจริง (Real Demand) ในระดับกลางไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยราคาสูงได้
สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 สินค้าที่จะช่วยพยุงตลาดจะต้องเน้นย้ำถึง “ความคุ้มค่าด้านราคาและฟังก์ชัน” โดย KKP ได้เสนอ 3 กลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการ ได้แก่ 1. เริ่มต้นประเมินกำลังผ่อนของลูกค้า เพื่อกำหนดกรอบราคาก่อนการออกแบบฟังก์ชันและขนาดที่ดิน 2. แบ่งเฟสการเปิดโครงการให้สอดคล้องกับยอดขายจริง เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและลดภาระดอกเบี้ย และ 3. สร้างจุดเด่นเหนือตลาดมือสอง ด้วยคุณภาพบริการหลังการขายและการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยที่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ KKP พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านสินเชื่อโครงการ การบริหารความเสี่ยง และการใช้ข้อมูลเชิงลึกในการวิเคราะห์ทำเล เพื่อร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กำลังซื้อที่แท้จริง และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตอย่างมั่นคง
Back to top button