
ประชาชนคอมเมนต์ กทม.ควร ‘เพิ่มปุ่มร้องเรียน’ ประตูหนีไฟร้าน – เข้มงวดมาตรฐานทั้งเมือง กวดขันร้านทำตามใบอนุญาต – แนะตั้ง KPI ให้ ‘ข้าราชการ’ ช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งความผิดปกติ
จากกรณีไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กลางดึกวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม สำนักงานเขตจตุจักร รายงานสถานการณ์ล่าสุด ข้อมูล ณ เวลา 10.00 น. (14 ก.ค 2569) พบว่ามี ‘ผู้เสียชีวิต จำนวน 30 ราย’ โดยทราบอัตลักษณ์แล้ว 27 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์ 3 ราย ทั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บอาการรุนแรง (กลุ่มสีแดง) เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย
ในส่วนของ ‘ผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 76 ราย’ แบ่งเป็น กลุ่มสีแดง (อาการรุนแรง) 25 ราย กลุ่มสีเหลือง (อาการปานกลาง) 15 ราย และ กลุ่มสีเขียว (อาการเล็กน้อย) 36 ราย ซึ่งล่าสุดผู้บาดเจ็บกลุ่มสีเขียวเดินทางกลับบ้านแล้วทั้งหมด นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก สำนักงานเขตจตุจักร เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก มีประชาชนเข้ามาแสงความคิดเห็น โดยมีหลายมุมมองที่น่าสนใจ เช่น การเพิ่มฟีเจอร์ร้องเรียนใน Traffy Fondue ประตูหนีไฟร้านใช้การไม่ได้ เพื่อให้ประชาชนร่วมหาทางออกในการป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย รวมถึงกำหนด KPI ให้ข้าราชการ กทม.ร่วมกันแจ้งความผิดปกติ
อาทิ
“ควรเพิ่มหมวดรายงานใน traffy fondue ให้ประชาชนช่วยกันรายงานกรณี ประตูหนีไฟร้านอาหาร สถานบันเทิงใช้ไม่ได้ มีของกีดขวาง ป้ายไม่ชัดเจน”

ไปจนถึงความเห็นที่ว่า กทม.ควร ‘เข้มงวดและยกระดับเรื่องมาตรฐานมาตรการความปลอดภัย ของเมือง’ ทั้งอาคารบ้านเรือน ถนนหนทาง และงานระหว่างก่อสร้าง ให้มากกว่านี้ รวมทั้งควรทำงานเชิงรุก หมั่นออกพื้นที่ตรวจสอบด้วยตาตัวเอง
“แทนที่จะทำงานแบบเชิงรับ มัวมานั่งอยู่แต่บนหอคอย คอยรอคนแจ้งในทราฟฟี่ฟองดูว์ และรอให้เกิดเหตุสลดเสียก่อน ใบอนุญาตที่ออกให้ไป ทุกคนทำตามไหม หรือสถานที่แห่งนั้นมีใบอนุญาตถูกต้องไหม มีการวางระบบความปลอดภัย ความสะอาดถูกต้องไหม”

“อย่าอ้างว่า ไม่มีกำลังคน กทม.สามารถสั่งการให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ทุกคนใน กทม.หมั่นดู สังเกต และรายงานเข้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของตัวเองทันที ที่ทุกคนเห็นในชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนต้องผ่านแน่ๆ ไม่ต่างจากประชาชนทั่วไป
แค่คุณกำหนดให้เป็น KPI ของทุกคน ว่าเดือนนึงต้องมองหาและแจ้งสงสัยความผิดปกติ หรือปัญหาที่พบเจอในแต่ละพื้นที่ ให้ได้ และถือเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลในผลงาน แค่นี้ก็รับเรื่องจากเจ้าหน้าที่ตัวเองไม่ไหวแล้ว”

