
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ประเมินว่า ตลาดหุ้นอินโดนีเซียกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการถูกถอดออกจากดัชนี MSCI Emerging Markets (MSCI EM) โดย MSCI เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดอินโดนีเซียเป็นตลาด Standalone Market แทนการปรับลดชั้นเป็น Frontier Market ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาหุ้นและกระแสเงินทุนต่างชาติ
MSCI ระบุว่า การปรับลดชั้นเป็น Frontier Market เพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนความรุนแรงของปัญหาในตลาดหุ้นอินโดนีเซีย เนื่องจากยังพบความผิดปกติในการซื้อขาย รวมถึงพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นการซื้อขายแบบประสานกัน (Coordinated Trading) ขณะที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ MSCI จะเดินหน้าพิจารณาข้อเสนอการจัดอินโดนีเซียเป็น Standalone Market เว้นแต่จะมีหลักฐานชัดเจนว่าธรรมาภิบาลและการดำเนินงานของตลาดหุ้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยระหว่างนี้ยังคงระงับการเปลี่ยนแปลงดัชนีบางรายการที่เกี่ยวข้องกับหุ้นอินโดนีเซีย จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม
สำหรับไทม์ไลน์ก่อนหน้านี้ ในเดือน ม.ค. 2569 MSCI ส่งสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้ในการลดชั้นตลาดหุ้นอินโดนีเซียเป็น Frontier Market ส่งผลให้ตลาดหุ้นเผชิญแรงขายอย่างหนัก ก่อนที่ในเดือน มิ.ย. 2569 จะเลื่อนการทบทวนเพื่อประเมินประสิทธิผลของมาตรการเพิ่มความโปร่งใส โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึงเดือน เม.ย. 2570 และคาดว่าจะมีข้อสรุปภายในเดือน มิ.ย. 2570
KS มองว่า หากอินโดนีเซียถูกถอดออกจาก MSCI EM กองทุน Passive Fund ที่ลงทุนตามดัชนีดังกล่าวอาจต้องปรับลดหรือขายหุ้นอินโดนีเซียตามน้ำหนักดัชนี ขณะที่หากถูกจัดเป็น Standalone Market ซึ่งอยู่นอกทั้งดัชนี Emerging Markets และ Frontier Markets จะยิ่งทำให้ความต้องการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติอ่อนตัวลง กระทบทั้งราคาหุ้นและสภาพคล่องในตลาด
ปัจจุบันตลาดหุ้นอินโดนีเซีย (JCI) ปรับตัวลดลงประมาณ 32% ในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิราว 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินรูเปียห์อ่อนค่าประมาณ 7% ซึ่งเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในเอเชีย สะท้อนแรงกดดันต่อสินทรัพย์ทางการเงินของประเทศ
สำหรับ Standalone Market เป็นการจัดประเภทตลาดที่แยกออกจากดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) และตลาดชายขอบ (Frontier Markets) โดยปัจจุบันมีตลาดอย่างอาร์เจนตินา เลบานอน และปาเลสไตน์อยู่ในกลุ่มดังกล่าว หากอินโดนีเซียถูกจัดอยู่ในประเภทนี้จริง จะเป็นความท้าทายสำคัญต่อความพยายามของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ
ด้านกลยุทธ์การลงทุน KS แนะนำให้ติดตามการทบทวนดัชนี MSCI ในเดือน พ.ย. 2569 ว่าจะมีการปรับลดน้ำหนักหุ้นอินโดนีเซียเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด ก่อนเข้าสู่การพิจารณาครั้งสำคัญในช่วงกลางปี 2570 โดยประเมินว่า หากอินโดนีเซียถูกถอดออกจาก MSCI EM จริง อาจเห็นเม็ดเงินจาก Passive Fund กระจายไปยังตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงตลาดหุ้นไทย
ทั้งนี้ KS ประเมินว่า น้ำหนักหุ้นอินโดนีเซียใน MSCI EM ถูกปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และปัจจุบันคาดว่าเหลือต่ำกว่า 1% คิดเป็นมูลค่าราว 6,000-7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การไหลเข้าของเงินทุนมายังตลาดหุ้นประเทศอื่น รวมถึงไทย จะขึ้นอยู่กับการจัดสรรน้ำหนักดัชนีและการตัดสินใจลงทุนของกองทุนแต่ละประเภทด้วย
Back to top button