LHSEC แนะสะสมหุ้น “เหมืองทองแดง-เซมิคอนดักเตอร์” รับเฟด-บีโอเจขึ้นดอกเบี้ย

Published on 21 ก.ย. 2026

บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LHSEC เปิดเผยถึงภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดย FED ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่กรอบ 3.75%-4.00% ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายการเงินที่เข้มงวด (Hawkish) อย่างชัดเจน และตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในปีนี้ ส่วนทางด้าน BOJ มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.25% ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในระดับปานกลาง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและยังไม่เห็นแนวโน้มการเจรจาที่เป็นรูปธรรม ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลกระทบให้เงินเฟ้อยังคงปรับตัวลงได้ยาก และเป็นแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรวมไปถึงสินทรัพย์เสี่ยงในตลาด สำหรับกระแสความกังวลเรื่องการชะลอตัวของการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้น ประเมินว่าเป็นไปได้ยากที่จะเกิดการหยุดชะงัก เนื่องจาก AI ถือเป็นทั้งเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์และเป็นองค์ประกอบด้านความมั่นคงแห่งชาติ ทำให้การแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังคงอยู่ในระดับที่รุนแรง

ด้านกลยุทธ์การลงทุนภายใต้สภาวะตลาดปัจจุบัน แนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ทองแดง เนื่องจากความต้องการใช้ทองแดงมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างมากจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานไฟฟ้า (Electrification) ในขณะที่อุปทานในตลาดมีความตึงตัวมากขึ้น พร้อมกันนี้ แนะนำให้เข้าซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) ที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต้องการระบบรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้นตามยุคดิจิทัล ตลอดจนแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ได้ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจแล้ว

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้เข้าซื้อหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ (Healthcare) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์มีความสัมพันธ์ของผลตอบแทน (Correlation) ที่ติดลบกับหุ้นเทคโนโลยีในระดับ -0.48 รวมทั้งยังมีปัจจัยบวกจากจังหวะการฟื้นตัวทางเทคนิค (Technical Rebound) ที่น่าสนใจหลังจากราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงรับข่าวร้ายไปในช่วงก่อนหน้านี้ โดยมีกองทุนที่แนะนำให้เลือกลงทุนเสริมพอร์ต ได้แก่ กองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล คอปเปอร์ ไมเนอร์ส อิควิตี้ (LHCOPPER) และกองทุนเปิด แอล เอช ลองจิวิตี้ เฮลธ์แคร์ (LHLONGEVITY)

Back to top button