Mazda CX-6e เอสยูวีไฟฟ้า สวยสะกดกับราคาสุดเร้าใจ - มติชนสุดสัปดาห์

Published on 17 ต.ค. 2026

ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต

[email protected]

ตีเหล็กกำลังร้อนทันที เมื่อค่ายมาสด้าที่ประสบความสำเร็จจากรถยนต์ไฟฟ้า

Mazda 6eŽ เก๋งสุดหรูที่สวยหยดทั้งภายนอก-ภายใน แถมตั้งราคามาเพียงล้านต้นๆ

และเมื่อแฟนานุแฟนตอบรับล้นหลามขนาดนี้ จึงไม่รีรอที่จะปล่อย

Mazda CX-6eŽ รถเอสยูวีไฟฟ้า เข้ามาเขย่าตลาดอีกรุ่น

ที่ผ่านมา ค่ายมาสด้าเอาจริงเอาจังกับตลาดเอสยูวีอย่างมาก ปล่อยออกมาครอบคลุมทุกเซกเมนต์ กวาดยอดขายได้น่าพอใจประมาณหนึ่ง

จนเมื่อกระโดดเข้ามาในแวดวงยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ก็สร้างกระแสได้สุดๆ

Mazda CX-6e คงเป็นอีกรุ่นที่กวาดยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ เพราะรูปร่างหน้าตาดีทีเดียว แถมราคาทำออกมาได้ดีสุดๆ

จุดเด่นไม่ต่างจากเก๋งไฟฟ้าที่ทำตลาดมาก่อนหน้านี้ เป็นรถนำเข้าทั้งคันจากจีน เพราะพัฒนาร่วมกับ Changan บนพื้นฐานเดียวกับ Deepal S07 แต่มาสด้าออกแบบตัวถัง ห้องโดยสาร และปรับจูนช่วงล่างตามปรัชญา Jinba-Ittai อันโด่งดังนั่นเอง

เอสยูวีขนาดกลาง แบบ 5 ที่นั่ง แนวคิดการออกแบบ Kodo – Soul of Motion

กระจังหน้าซิกเนเจอร์วิงส์ของมาสด้า ที่เห็นผาดเดียวรู้เลยว่ายี่ห้ออะไร มีเส้นโครเมียมเดินตามกรอบกระจัง

ไฟหน้าเรียวเล็กแบบ LED Signature มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบปรับระดับสูง-ต่ำ

ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED

มีช่องระบายอากาศตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยนำอากาศผ่านกระจังหน้าและเหนือฝากระโปรง

ด้านข้างเน้นความเรียบหรู มือจับแบบราบเรียบกับตัวรถ

กระจกมองข้างแบบดิจิทัล ปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว

มีระบบไล่ฝ้าและบันทึกตำแหน่ง รวมถึงปรับมุมกระจกมองข้างอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง

ไฟท้าย LED Signature แบบ Cross Wing เป็นเส้นสีแดง 4 เส้น ดูไฮเทคสุดๆ

ฝาท้ายมีลูกเล่นและมีมิติมากขึ้น เปิด-ปิดไฟฟ้า

ติดตั้งสปอยเลอร์หลัง และไฟตัดหมอกหลัง

ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว พร้อมยาง 255/40

ตัวถังยกสูงนิดๆ สไตล์เอสยูวี

ภาพรวมถือว่าสวยงามตามสไตล์มาสด้า

ภายในออกแบบด้วยแนวคิด Ma หรือความงามของพื้นที่ว่าง และ Omotenashi การต้อนรับแบบญี่ปุ่น

ตกแต่งด้วยด้วยวัสดุสีเงินกึ่งด้าน พื้นผิว Maztex พื้นผิวมันเงาบนฝาครอบคอนโซลกลาง และแถบรูปปีกเรืองแสงพาดกลางแผงหน้าปัด

พวงมาลัยหุ้มหนัง 2 ก้านท้ายตัด ปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น

เด่นสุดๆ ยกให้หน้าจอข้อมูลการขับขี่ Active Driving Display AR ขนาด 50 นิ้ว

และหน้าจอ 5K Widescreen เชื่อมต่อกัน 2 จอ ขนาด 26.45 นิ้ว เผื่อแผ่ไปถึงที่นั่งผู้โดยสารคู่หน้าด้วย

หน้าจอกลางระบบสัมผัสรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

เครื่องเสียงกระหึ่มผ่านลำโพง 23 ตำแหน่ง และลำโพงหัวหมอนเบาะนั่งคู่หน้า

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบกรองอากาศ PM 2.5 และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง มีระบบปรับดันหลังไฟฟ้าและระบายอากาศ

เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40 พร้อมที่วางแขนตรงกลาง

หลังคากระจก Panoramic Roof แบบ Fixed ม่านบังแดด หลังคาเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า

กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ

ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light ปรับได้ 256 เฉดสี

ทีเด็ดอยู่ที่นอกจากสั่งการด้วยเสียงแล้ว ยังสามารถใช้มือสั่งการได้ถึง 7 รูปแบบ

เช่น สัญลักษณ์โอเค หมายถึง ปิดใช้งานระบบนำทางเพื่อแสดงเส้นทางกลับบ้านของผู้ขับขี่

ยกนิ้วโป้ง ตั้งค่าให้เปิดหรือปิดเพลงประกอบรถยนต์ หรือเปิดใช้งาน Android Auto หรือ Apple CarPlay ได้

โบกมือซ้าย-ขวา เพื่อเล่นเพลงก่อนหน้า หรือเพลงถัดไป เป็นต้น

ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous ติดตั้งด้านหลัง 1 ตัว

กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตร

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชั่วโมง 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชั่วโมง

แบตเตอรี่ LFP Lithium Ion ขนาด 77.9 kWh

อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน 168-170 Wh/กม.

ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม 555 กม. (NEDC)

ชาร์จ DC สูงสุด 194 kW ทำให้เวลาในการชาร์จ 10-80% ในเวลา 24 นาที หรือชาร์จ 30-80% ภายใน 15 นาที

ชาร์จ AC สูงสุด 11 กิโลวัตต์ จาก 0-100% 7 ชั่วโมง 53 นาที

ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังอิสระมัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง

โหมดขับขี่มีให้เลือก Normal, Sport และ Individual

ความปลอดภัย และออปชั่นการขับขี่ ระบบ ADAS Semi-Autonomous Level 2 ทำหน้าที่ผ่านกล้องหน้า 1 ตัว กล้องรอบคัน 4 ตัว

เด่นๆ เช่น ระบบเตือนการชนด้านหน้า-หลัง และช่วยเบรกอัตโนมัติ

ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันรักษาระยะห่าง ระบบป้องกันการชนครั้งที่ 2 SCM

เตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตา, เตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง

เตือนการเปิดประตู, ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ป้องกันรถเบี่ยงออกนอกเลน, ควบคุมรถกลับเข้าสู่เลน ELK กล้องรอบคัน 360 องศา พร้อมฟังก์ชั่น See-through View / Side View

อื่นๆ ที่เน้นมาตรฐาน อาทิ ระบบเบรก ABS / EBD / BA

ควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ, ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล

ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน, ไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน

ถุงลมนิรภัย-ม่านนิรภัย 9 ตำแหน่ง รวมทั้งติดตั้งระหว่างเบาะคู่หน้า ฯลฯ

Mazda CX-6e มี 2 รุ่นย่อย

Premium 1,259,000 บาท

Premium Sports 1,299,000 บาท

ถือเป็นการตั้งราคาที่เร้าใจพอสมควร