
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
[email protected]
ตีเหล็กกำลังร้อนทันที เมื่อค่ายมาสด้าที่ประสบความสำเร็จจากรถยนต์ไฟฟ้า
Mazda 6e เก๋งสุดหรูที่สวยหยดทั้งภายนอก-ภายใน แถมตั้งราคามาเพียงล้านต้นๆ
และเมื่อแฟนานุแฟนตอบรับล้นหลามขนาดนี้ จึงไม่รีรอที่จะปล่อย
Mazda CX-6e รถเอสยูวีไฟฟ้า เข้ามาเขย่าตลาดอีกรุ่น
ที่ผ่านมา ค่ายมาสด้าเอาจริงเอาจังกับตลาดเอสยูวีอย่างมาก ปล่อยออกมาครอบคลุมทุกเซกเมนต์ กวาดยอดขายได้น่าพอใจประมาณหนึ่ง
จนเมื่อกระโดดเข้ามาในแวดวงยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ก็สร้างกระแสได้สุดๆ
Mazda CX-6e คงเป็นอีกรุ่นที่กวาดยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ เพราะรูปร่างหน้าตาดีทีเดียว แถมราคาทำออกมาได้ดีสุดๆ

จุดเด่นไม่ต่างจากเก๋งไฟฟ้าที่ทำตลาดมาก่อนหน้านี้ เป็นรถนำเข้าทั้งคันจากจีน เพราะพัฒนาร่วมกับ Changan บนพื้นฐานเดียวกับ Deepal S07 แต่มาสด้าออกแบบตัวถัง ห้องโดยสาร และปรับจูนช่วงล่างตามปรัชญา Jinba-Ittai อันโด่งดังนั่นเอง
เอสยูวีขนาดกลาง แบบ 5 ที่นั่ง แนวคิดการออกแบบ Kodo – Soul of Motion
กระจังหน้าซิกเนเจอร์วิงส์ของมาสด้า ที่เห็นผาดเดียวรู้เลยว่ายี่ห้ออะไร มีเส้นโครเมียมเดินตามกรอบกระจัง
ไฟหน้าเรียวเล็กแบบ LED Signature มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบปรับระดับสูง-ต่ำ
ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
มีช่องระบายอากาศตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยนำอากาศผ่านกระจังหน้าและเหนือฝากระโปรง
ด้านข้างเน้นความเรียบหรู มือจับแบบราบเรียบกับตัวรถ
กระจกมองข้างแบบดิจิทัล ปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
มีระบบไล่ฝ้าและบันทึกตำแหน่ง รวมถึงปรับมุมกระจกมองข้างอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง
ไฟท้าย LED Signature แบบ Cross Wing เป็นเส้นสีแดง 4 เส้น ดูไฮเทคสุดๆ
ฝาท้ายมีลูกเล่นและมีมิติมากขึ้น เปิด-ปิดไฟฟ้า
ติดตั้งสปอยเลอร์หลัง และไฟตัดหมอกหลัง
ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว พร้อมยาง 255/40
ตัวถังยกสูงนิดๆ สไตล์เอสยูวี
ภาพรวมถือว่าสวยงามตามสไตล์มาสด้า


ภายในออกแบบด้วยแนวคิด Ma หรือความงามของพื้นที่ว่าง และ Omotenashi การต้อนรับแบบญี่ปุ่น
ตกแต่งด้วยด้วยวัสดุสีเงินกึ่งด้าน พื้นผิว Maztex พื้นผิวมันเงาบนฝาครอบคอนโซลกลาง และแถบรูปปีกเรืองแสงพาดกลางแผงหน้าปัด
พวงมาลัยหุ้มหนัง 2 ก้านท้ายตัด ปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น
เด่นสุดๆ ยกให้หน้าจอข้อมูลการขับขี่ Active Driving Display AR ขนาด 50 นิ้ว
และหน้าจอ 5K Widescreen เชื่อมต่อกัน 2 จอ ขนาด 26.45 นิ้ว เผื่อแผ่ไปถึงที่นั่งผู้โดยสารคู่หน้าด้วย
หน้าจอกลางระบบสัมผัสรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
เครื่องเสียงกระหึ่มผ่านลำโพง 23 ตำแหน่ง และลำโพงหัวหมอนเบาะนั่งคู่หน้า
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบกรองอากาศ PM 2.5 และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง มีระบบปรับดันหลังไฟฟ้าและระบายอากาศ
เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40 พร้อมที่วางแขนตรงกลาง
หลังคากระจก Panoramic Roof แบบ Fixed ม่านบังแดด หลังคาเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light ปรับได้ 256 เฉดสี
ทีเด็ดอยู่ที่นอกจากสั่งการด้วยเสียงแล้ว ยังสามารถใช้มือสั่งการได้ถึง 7 รูปแบบ
เช่น สัญลักษณ์โอเค หมายถึง ปิดใช้งานระบบนำทางเพื่อแสดงเส้นทางกลับบ้านของผู้ขับขี่
ยกนิ้วโป้ง ตั้งค่าให้เปิดหรือปิดเพลงประกอบรถยนต์ หรือเปิดใช้งาน Android Auto หรือ Apple CarPlay ได้
โบกมือซ้าย-ขวา เพื่อเล่นเพลงก่อนหน้า หรือเพลงถัดไป เป็นต้น


ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous ติดตั้งด้านหลัง 1 ตัว
กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชั่วโมง 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชั่วโมง
แบตเตอรี่ LFP Lithium Ion ขนาด 77.9 kWh
อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน 168-170 Wh/กม.
ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม 555 กม. (NEDC)
ชาร์จ DC สูงสุด 194 kW ทำให้เวลาในการชาร์จ 10-80% ในเวลา 24 นาที หรือชาร์จ 30-80% ภายใน 15 นาที
ชาร์จ AC สูงสุด 11 กิโลวัตต์ จาก 0-100% 7 ชั่วโมง 53 นาที
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังอิสระมัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง
โหมดขับขี่มีให้เลือก Normal, Sport และ Individual


ความปลอดภัย และออปชั่นการขับขี่ ระบบ ADAS Semi-Autonomous Level 2 ทำหน้าที่ผ่านกล้องหน้า 1 ตัว กล้องรอบคัน 4 ตัว
เด่นๆ เช่น ระบบเตือนการชนด้านหน้า-หลัง และช่วยเบรกอัตโนมัติ
ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันรักษาระยะห่าง ระบบป้องกันการชนครั้งที่ 2 SCM
เตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตา, เตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง
เตือนการเปิดประตู, ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ป้องกันรถเบี่ยงออกนอกเลน, ควบคุมรถกลับเข้าสู่เลน ELK กล้องรอบคัน 360 องศา พร้อมฟังก์ชั่น See-through View / Side View
อื่นๆ ที่เน้นมาตรฐาน อาทิ ระบบเบรก ABS / EBD / BA
ควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ, ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล
ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน, ไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน
ถุงลมนิรภัย-ม่านนิรภัย 9 ตำแหน่ง รวมทั้งติดตั้งระหว่างเบาะคู่หน้า ฯลฯ
Mazda CX-6e มี 2 รุ่นย่อย
Premium 1,259,000 บาท
Premium Sports 1,299,000 บาท
ถือเป็นการตั้งราคาที่เร้าใจพอสมควร