‘หน้าจอไม่ใช่แค่กระแส’ MEB จับมือ Rakuten Kobo ปักหมุดไทยฮับอาเซียน เจาะเทรนด์ Social Media Detox และสมรภูมิ E-Reader พรีเมียม

Published on 27 ต.ค. 2026

ตลาดหนังสือไทยปี 2569 คาดว่าจะแตะระดับ 21,000 ล้านบาท วิจัยเผยคนไทยหันมาอ่านหนังสือผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 66% ขณะที่การอ่านผ่านกระดาษเหลือเพียง 34% ด้าน MEB Corporation ผู้นำแพลตฟอร์มอีบุ๊กไทย จับมือกับ Rakuten Kobo ยักษ์ใหญ่ระดับโลก เพื่อรุกตลาด E-Reader ปักหมุดให้ประเทศไทยเป็น Strategic Hub ในการขยายสู่ภูมิภาคอาเซียน

  • เมื่อ Global Experience ผสาน Local Dominance
  • Pain Point นักอ่านสู่กระแส ‘Social Media Detox’
  • นักอ่านไทย ‘ไม่ได้เลือกแค่ราคา’ แต่พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า
  • จับมือ B2S ผสานหน้าร้านกับออนไลน์

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่า สมาธิของผู้คนถูกแย่งชิงด้วยคลิปวิดีโอสั้นและอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ‘วัฒนธรรมการอ่าน’ กำลังถูกกลืนหายไปหรือไม่ แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าการอ่านไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เปลี่ยนรูปฟอร์มและย้ายฐานเท่านั้น

ข้อมูลผลวิจัยพฤติกรรมการอ่านของนักอ่านไทยโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) สะท้อนออกมาเป็นตัวเลขว่า ปัจจุบันคนไทยมีสัดส่วนการอ่านเนื้อหาผ่าน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 66% ขณะที่การอ่านผ่านกระดาษเหลือเพียง 34%

ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่กลุ่มผู้ใหญ่วัย 50 ปีขึ้นไป ก็หันมาอ่านผ่านหน้าจอดิจิทัลสูงถึง 64-66% เช่นเดียวกัน ท่ามกลางมูลค่าตลาดหนังสือไทยปี 2569 ที่คาดว่าจะแตะระดับ 21,000 ล้านบาท

ขณะที่ข้อมูลจากรายงานของ Mordor Intelligence ประเมินว่า ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กโลกจะเติบโตประมาณ 8.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 และจะสูงถึง 1.19 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2574 (เติบโตเฉลี่ย 6.24%) กลุ่มประเทศที่มีการเติบโตเร็วที่สุดคือ Asia Pacific สอดรับกับพฤติกรรมนักอ่านไทยที่หันมาบริโภคคอนเทนต์ดิจิทัลมากขึ้น

และจึงเป็นก้าวสำคัญที่ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Rakuten Kobo เลือกร่วมมือกับ MEB Corporation ผู้นำแพลตฟอร์มอีบุ๊กไทย เพื่อเปิดเกมรุกครั้งใหญ่ในตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊ก (E-Reader) พร้อมปักหมุดให้ประเทศไทยเป็น Strategic Hub ในการขยายสู่ภูมิภาคอาเซียน

เมื่อ Global Experience ผสาน Local Dominance

จูเลียน โจว ผู้จัดการทั่วไป ราคุเทน โคโบ เอเชีย เปิดเผยถึงการขยายตลาดในครั้งนี้ว่า หลังจาก Kobo ประสบความสำเร็จในไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย หมุดหมายถัดมาคือ ‘ประเทศไทย’ โดยมองเห็นว่าเศรษฐกิจและตลาดคอนเทนต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตรวดเร็ว ที่สำคัญคือ คนไทยเปิดรับเทคโนโลยีใหม่สูงมาก มีความพร้อมในการปรับพฤติกรรมสู่ดิจิทัล และรักการอ่าน

ทั้งนี้ โคโบก่อตั้งขึ้นที่แคนาดาในปี 2009 ก่อนจะเข้ามาอยู่ใต้ร่มเงาของ Rakuten Group ประเทศญี่ปุ่นในปี 2012 โดยปัจจุบันมีคลังหนังสือทั่วโลกมากกว่า 8 ล้านเล่ม

“การจับมือกับ MEB ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งของไทยที่มีมาร์เก็ตแชร์อีบุ๊กมากกว่า 70% และมีฐานผู้ใช้งานลงทะเบียนกว่า 16 ล้านราย คือการผสานระหว่าง Global Experience ของโคโบเข้ากับความเข้าใจตลาดในระดับท้องถิ่น (Local Insights) ของ MEB ได้อย่างลงตัวที่สุด” จูเลียน กล่าว

ผู้บริหาร MEB และ Rakuten Kobo ถ่ายภาพร่วมกันในงานเปิดตัวความร่วมมือตลาด E-Reader ในไทย 1

Pain Point นักอ่านสู่กระแส ‘Social Media Detox’

ด้าน รวิวร มะหะสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เมพ คอร์ปอเรชั่น ฉายภาพพฤติกรรมนักอ่านที่น่าสนใจว่า แม้ผู้อ่านจะอ่านผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ แต่ข้อจำกัดคือ ‘สิ่งรบกวน’ (Distractions) ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชัน แสงสีฟ้าที่ทำร้ายสายตา หรืออาการเมื่อยล้า

จึงนำไปสู่เทรนด์ Social Media Detox โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่อยากมี “พื้นที่สงบ” (Safe Zone) เพื่อพัฒนาตนเองหรืออ่านเพื่อความบันเทิงอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากงานวิจัยของ PUBAT บ่งชี้ว่า อุปสรรคอันดับต้นๆ ของการอ่านคือ ‘ไม่มีเวลา’ (60%) ‘มีกิจกรรมอื่นน่าสนใจกว่า เช่น ดูซีรีส์/เล่นเกม’ (62%) และ ‘ปัญหาสุขภาพสายตา/ความเมื่อยล้า’ (19%)

ผู้บริหาร MEB และ Rakuten Kobo ถ่ายภาพร่วมกันในงานเปิดตัวความร่วมมือตลาด E-Reader ในไทย 2

E-Reader จึงกลายเป็นคำตอบที่เข้ามาอุดรอยรั่วนี้ ด้วยหน้าจอ E-Ink ถนอมสายตา น้ำหนักเบาเพียง 170-200 กรัม พกพาหนังสือได้นับพันเล่ม และแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ยาวนาน

นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเริ่มมีปัญหาด้านสายตายาว ยังเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนตลาด E-Reader อย่างมีนัยสำคัญ เพราะสามารถปรับขนาดฟอนต์ ปรับแสงหน้าจอ และอ่านในที่มืดได้อย่างสบายตา

นักอ่านไทย ‘ไม่ได้เลือกแค่ราคา’ แต่พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า

หนึ่งในข้อมูลที่น่าประหลาดใจหลังจากการทดลองตลาดร่วมกันตั้งแต่ต้นปี 2026 คือ นักอ่านไทยเลือกซื้อรุ่นท็อปหน้าจอสีอย่าง Kobo Libra Colour มากที่สุด แซงหน้ารุ่นเริ่มต้นอย่าง Kobo Clara BW (ราคาเริ่มต้น 6,490 บาท)

สิ่งนี้สะท้อนว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้มองมิติเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการลงทุนกับอุปกรณ์ที่ให้ความคุ้มค่าระยะยาว ตอบโจทย์ทั้งการอ่านนิยาย การ์ตูน (มังงะ/มันฮวา) และฟังก์ชันขีดเขียนบันทึก

ด้านกิตติพงษ์ พฤกษาสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ MEB เสริมว่า ยอดขายกลุ่ม E-Reader เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากฝั่งอุปกรณ์คิดเป็นประมาณ 3-5%% ของพอร์ตรายได้ และมีแนวโน้มขยับขึ้นต่อเนื่อง

การเข้ามาของ Kobo อย่างเป็นทางการช่วยปลดล็อกความกังวลของผู้บริโภคไทยเรื่องการรับประกันและบริการหลังการขาย ซึ่งเดิมมักเป็นเครื่องหิ้วที่ไม่มีศูนย์ดูแล

จับมือ B2S ผสานหน้าร้านกับออนไลน์

เพื่อขับเคลื่อนตลาดอย่างสมบูรณ์แบบ MEB และ Rakuten Kobo ได้วางโครงสร้างการจัดจำหน่ายแบบ Omnichannel:

  1. ออนไลน์: จัดจำหน่ายผ่านช่องทางหลักคือเว็บไซต์ ReaderShip.me
  2. ออฟไลน์: ผนึกกำลังกับกลุ่มเซ็นทรัล นำร่องเปิด Kobo Flagship Store ในร้าน B2S จำนวน 4 สาขาหลัก ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลลาดพร้าว และเมกาบางนา เพื่อเปิดโอกาสให้นักอ่านได้เข้ามาสัมผัส จับต้อง และทดลองใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อ
  3. เจาะ New Segment: กางแผนรุกตลาดสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนนานาชาติในไทยกว่า 280 แห่งที่มีกำลังซื้อสูง ควบคู่ไปกับคลังคอนเทนต์ภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศกว่า 8 ล้านเล่มของ Kobo

สำหรับประเด็นความท้าทายในยุคของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผู้บริหารของ MEB ให้ความคิดเห็นว่า เทคโนโลยีอย่าง AI ไม่ใช่สิ่งที่จะเข้ามาทำลายอุตสาหกรรมหนังสือ หากแต่เป็นโจทย์ในการคัดกรองคุณภาพ แพลตฟอร์มมีหน้าที่จัดระเบียบและให้สิทธิแก่ผู้อ่านในการเลือกเสพงานคุณภาพที่ตนเองต้องการ ขณะที่แนวโน้มของคอนเทนต์ในอนาคตจะขยายไปสู่ Audio Book (หนังสือเสียง) และสื่อมัลติมีเดียที่ปรับเปลี่ยนตามความต้องการเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น