
การเผชิญหน้าระหว่างบิ๊กเทคอย่าง Meta และรัฐบาลท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกา ก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่ประวัติศาสตร์วงการเทคโนโลยีต้องจารึก เมื่ออัยการรัฐรวม 30 รัฐ นำโดยแคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เคนตักกี และนิวเจอร์ซีย์ เดินหน้ายื่นฟ้องดำเนินคดีในศาลรัฐบาลกลาง เมืองโอ๊คแลนด์ เพื่อเอาผิดการดำเนินงานของ Facebook และ Instagram โดยมีมูลค่าความเสียหายที่เรียกร้องรวมกันสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 46 ล้านล้านบาท ถือเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับมูลค่าการตลาดทั้งหมดของบริษัท
ชนวนเหตุสำคัญของศึกกฎหมายครั้งนี้ เกิดจากการที่รัฐต่าง ๆ มองว่า Meta จงใจออกแบบฟีเจอร์หลายรายการเพื่อดึงดูดเด็กและเยาวชนให้อยู่บนแพลตฟอร์มยาวนานสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่งผลให้เกิดสภาวะเสพติดอย่างรุนแรง ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ความมั่นใจในภาพลักษณ์ และสร้างอารมณ์ด้านลบให้กับวัยรุ่น นอกจากนี้มีการอ้างถึงการเก็บข้อมูลเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง ถือเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายคุ้มครอง ความเป็นส่วนตัวของเด็กบนโลกออนไลน์
โดยฟีเจอร์ที่เป็นเป้าข้อกล่าวหาจากโจทก์…
-การแสดงยอดไลก์ (Like counts): งานวิจัยชี้ว่าก่อให้เกิดการเปรียบเทียบทางสังคมและความรู้สึกแปลกแยก
-ระบบเล่นวิดีโออัตโนมัติ (Autoplay) และการแจ้งเตือน: กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเช็กหน้าจออย่างต่อเนื่องตลอด เวลา
-โพสต์ชั่วคราวอย่าง Stories: เพิ่มความวิตกกังวลจากการกลัวตกเทรนด์ (FOMO)
-อัลกอริทึมแนะนำเนื้อหา: ดึงผู้ใช้เข้าสู่เขาวงกตของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอย่างซ้ำซาก
ฝ่ายรัฐบาลท้องถิ่นไม่เพียงแต่ต้องการค่าปรับมหาศาล เพื่อชดเชยความเสียหาย แต่ต้องการบังคับให้ Meta รื้อโครงสร้างการทำงานของแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมด ทั้งการยกเลิกยอดกดไลก์ สำหรับผู้ใช้อายุน้อย การหยุดเล่นวิดีโออัตโนมัติ การจำกัดการสร้างหลายบัญชี รวมถึงการเพิ่มระบบควบคุมและตรวจสอบที่เข้มงวดสำหรับผู้ปกครอง
ในทางกลับกัน Meta ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง โดยยืนยันว่าบริษัทมุ่งมั่นและใส่ใจในความปลอดภัยของเยาวชนมาโดยตลอด พร้อมชี้แจงว่ามีการเปิดตัวมาตรการใหม่ ๆ อย่าง continuous เช่น การเปิดใช้งาน Teen Accounts บน Instagram ที่จำกัดการเข้าถึงเนื้อหาและตั้งค่าเป็นส่วนตัวโดยอัตโนมัติ ตลอดจนการนำ AI มาช่วยตรวจสอบอายุของผู้ใช้งาน
นักวิเคราะห์ทางกฎหมาย ประเมินว่า ถึงแม้โอกาสที่ศาลจะอนุมัติค่าเสียหายเต็มจำนวน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ จะมีน้อยมาก เนื่องจากจะทำให้ Meta สู่ภาวะล้มละลายทันที แต่คดีนี้จะสร้างแรงกระเทือนครั้งใหญ่ต่อบรรทัดฐานการกำกับดูแลสื่อสังคมออนไลน์ในอนาคต หากศาลสั่งให้ Meta เปลี่ยนแปลงการทำงานของแพลตฟอร์ม รูปแบบการท่องโลกไซเบอร์ของเด็กและเยาวชนทั่วโลกจะต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล
Back to top button