Meta ยอมให้ซักเคอร์เบิร์กขายหุ้นจ่ายภาษีมหาเศรษฐี แลกอยู่แคลิฟอร์เนียต่อ 8 ปี หลังขู่ย้ายออกจากรัฐ

Published on 25 ต.ค. 2026

Meta Platforms ทำข้อตกลงกับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เพื่อให้เขายังอาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท หลังซักเคอร์เบิร์กเตือนว่ากำลังพิจารณาย้ายออกจากรัฐ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งโหวตผ่านข้อเสนอเก็บภาษีความมั่งคั่ง (Wealth Tax) ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้

  • ขายหุ้นจ่ายภาษีได้โดยไม่เสียอำนาจคุม Meta
  • Meta ต้องระดมเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ลงทุน AI
  • ฝ่ายหนุนภาษีชี้มหาเศรษฐีขู่ แต่ไม่ย้ายจริง

ภายใต้ข้อตกลงที่ Meta ประกาศเมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคม ซักเคอร์เบิร์กจะได้รับหุ้นที่ไม่มีสิทธิออกเสียง ซึ่งเขาขายเพื่อนำเงินไปจ่ายภาษีหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐได้ หากข้อเสนอดังกล่าวผ่าน โดยแลกกับการให้คำมั่นว่าจะอาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนีย หรือในรัฐที่ Meta ตั้งสำนักงานใหญ่ เป็นเวลา 8 ปี

ข้อเสนอที่เรียกว่า Proposition 40 หรือ ‘ภาษีความมั่งคั่งแคลิฟอร์เนีย’ จะถามชาวแคลิฟอร์เนียว่าควรเก็บภาษีครั้งเดียว 5% จากมหาเศรษฐีราว 250 คนที่อาศัยอยู่ในรัฐเมื่อวันที่ 1 มกราคมหรือไม่ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีทรัพย์สินรวมกันกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 67.54 ล้านล้านบาท)

หากผ่าน ข้อเสนอนี้จะเป็นภาษีความมั่งคั่งรูปแบบนี้ครั้งแรกในสหรัฐฯ

ซักเคอร์เบิร์กซึ่ง Forbes จัดให้เป็นคนรวยอันดับ 6 ของโลก มีทรัพย์สินราว 2.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.1 ล้านล้านบาท) โดย FT ประเมินว่าเขาอาจต้องจ่ายภาษีนี้ราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.71 แสนล้านบาท) ส่วน BBC ประเมินไว้ที่ราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.38 แสนล้านบาท)

ขายหุ้นจ่ายภาษีได้โดยไม่เสียอำนาจคุม Meta

เมื่อเดือนกันยายน ซักเคอร์เบิร์กบอกบอร์ดของ Meta ว่ากำลังคิดจะย้ายที่พักหลักออกจากแคลิฟอร์เนีย และอาจขายบ้านในรัฐ ซึ่งบ้านหลักของเขาอยู่ที่พาโลอัลโตและทะเลสาบแทโฮ เพราะภาษีนี้อาจบีบให้เขาต้องขายหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงเพื่อนำเงินไปจ่าย

ซักเคอร์เบิร์กบอกบอร์ดว่าการย้ายครั้งนี้ “จะเป็นที่รับรู้ของสาธารณะ และพนักงานจะต้องสังเกตเห็นและพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” อีกทั้งยังจะ “ทำให้เกิดคำถามต่อการบริหารบริษัทในอนาคต”

ปัจจุบันซักเคอร์เบิร์กคุมสิทธิออกเสียงใน Meta อยู่ 61% และที่ผ่านมาบริษัทก็หารือกันมานานว่าจะขายหุ้นเพื่อระดมเงินหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐมาลงทุนด้าน AI ได้อย่างไร โดยไม่ลดอำนาจควบคุมของเขา

ทางออกคือ Meta จะออกหุ้นสามัญประเภทใหม่ Class C ที่ไม่มีสิทธิออกเสียงในเดือนมกราคม 2027 โดยแจกหุ้นใหม่ 1 หุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิมทุกหุ้น ซึ่งมีผลเหมือนการแตกพาร์ 1 หุ้นเป็น 2 หุ้น

ซักเคอร์เบิร์กจะขายหุ้น Class C ที่ได้รับได้ทันที 20% ซึ่งคิดเป็นราว 10% ของสัดส่วนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจทั้งหมดที่เขามีใน Meta ทำให้จ่ายภาษีได้โดยไม่เสียอำนาจควบคุม และ BBC ระบุว่าข้อตกลงนี้ดูเหมือนจะมีผลแม้ภาษีจะไม่ผ่าน ตราบใดที่เขายังอาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนียตลอด 8 ปี

ตอนแรกบอร์ดวางแผนจะห้ามซักเคอร์เบิร์กขายเฉพาะหุ้นที่ไม่มีสิทธิออกเสียง เพื่อรักษาสัดส่วนระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับสิทธิออกเสียงของเขาให้เท่าเดิม แต่เขาก็เจรจาจนได้สิทธิขายหุ้นมากพอจะจ่ายภาษี ในการเจรจาที่ Meta บรรยายว่า “ดุเดือด” ในหลายช่วง

คณะกรรมการพิเศษของบอร์ดสรุปว่า เป็นเรื่อง “สำคัญอย่างยิ่ง” ที่ซักเคอร์เบิร์กจะยังนำบริษัทจากสำนักงานใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังเจอ “ความท้าทายและการแข่งขันที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” จาก AI

Meta ต้องระดมเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ลงทุน AI

เอกสารของ Meta ระบุว่าบริษัทคาดว่าต้องระดมเงิน “หลายแสนล้านดอลลาร์” ในช่วงหลายปีข้างหน้า โดยอาจเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายปี 2026 เพื่อใช้กับแผนเติบโตด้าน AI ซึ่งหุ้น Class C จะช่วยให้บริษัทมีเงินทุนสำหรับซื้อกิจการและรักษาคนเก่ง โดยซักเคอร์เบิร์กยังคุมบริษัทได้เหมือนเดิม

ซูซาน หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Meta ระบุว่าอีกประโยชน์หนึ่งของการออกหุ้นใหม่ คือช่วยให้บริษัทมีทางเลือกมากขึ้นในการหาเงินมาลงทุน AI ในอนาคต

ปีนี้ Meta วางแผนใช้เงินกับโครงการ AI สูงสุดถึง 1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.9 ล้านล้านบาท) จนกระแสเงินสดติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้นเมื่อ 14 ปีก่อน ซึ่งหมายความว่าบริษัทใช้เงินมากกว่าเงินที่หาได้

การใช้เงินกับ AI จำนวนมากโดยยังไม่เห็นรายได้ใหม่ที่ชัดๆ ทำให้นักลงทุนกังวล หุ้น Meta ร่วงลงกว่า 7% เมื่อวันพฤหัสบดี มูลค่าตลาดหายไปกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.38 ล้านล้านบาท)

ฝ่ายหนุนภาษีชี้มหาเศรษฐีขู่ แต่ไม่ย้ายจริง

ฝ่ายรณรงค์สนับสนุนภาษีมหาเศรษฐีใช้ดีลนี้เป็นหลักฐานสนับสนุนข้อเสนอของตัวเอง “มันแสดงให้เห็นว่าเหตุผลที่จะอยู่ในแคลิฟอร์เนียหนักแน่นกว่าเหตุผลที่จะย้ายออก” เดฟ รีแกน ประธานสหภาพแรงงานด้านสาธารณสุข SEIU-UHW ซึ่งผลักดันข้อเสนอนี้เข้าสู่การลงประชามติ กล่าว

“มหาเศรษฐีมักโวยวายและขู่ว่าจะย้ายออก นั่นคือสิ่งที่พวกเขาทำ แต่ลองดูสิ่งที่เกิดขึ้นจริง การย้ายออกจริงๆ น้อยกว่าที่คุณจะคิดจากคำขู่และการปลุกความกลัวของพวกเขามาก” กาเบรียล ซุกมัน นักเศรษฐศาสตร์ที่ช่วยร่างข้อเสนอ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ถูกต่อต้านอย่างหนักจากแคมเปญที่ได้เงินทุนส่วนใหญ่จากมหาเศรษฐีอย่าง เซอร์เกย์ บริน ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ซึ่งย้ายออกจากรัฐไปแล้ว ขณะที่ผู้ว่าการรัฐ แกวิน นิวซัม ก็คัดค้าน โดยมองว่าภาษีความมั่งคั่งที่เก็บเฉพาะในแคลิฟอร์เนียจะทำให้ผู้ประกอบการย้ายออก

นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดที่คัดค้านภาษีนี้ คำนวณว่าภาษีนี้จะเก็บเงินได้ไม่ถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.38 ล้านล้านบาท) ตามที่อ้าง และยังทำให้รัฐสูญรายได้ภาษีในอนาคต 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.32 ล้านล้านบาท)

ส่วนคนในซิลิคอนแวลลีย์มองว่าการเก็บภาษีจากกำไรที่ยังไม่ได้ขายหุ้นจริงไม่เป็นธรรม เพราะอาจบีบให้มหาเศรษฐีต้องขายหุ้นจนเสียอำนาจควบคุมบริษัท

จาเร็ด วอลแซก จาก Tax Foundation มองว่าดีลของ Meta แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ภาษีที่เก็บครั้งเดียวก็ทำให้ผู้ก่อตั้งเสี่ยงเสียอำนาจควบคุมบริษัท จนต้องมีมาตรการพิเศษ แต่รีแกนแย้งว่า “เรื่องนี้เกี่ยวกับการจัดโครงสร้างหุ้นให้เขายังคุมบริษัทต่อได้มากกว่าเรื่องเงิน และมันมีทางแก้”

ผลสำรวจของ Citrin-Politico ล่าสุดพบว่ามีผู้สนับสนุนภาษีนี้ 46% และคัดค้าน 43% แต่ผลสำรวจยังชี้ว่าข้อเสนอคู่แข่งที่อาจทำให้ภาษีมหาเศรษฐีเป็นโมฆะ อาจผ่านด้วยคะแนนสนับสนุนที่สูงกว่า แม้ภาษีมหาเศรษฐีจะได้เสียงข้างมากก็ตาม

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.77 บาท ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2569

ภาพ: favoritesphoto / Shutterstock

อ้างอิง:

ABOUT THE AUTHOR

THE STANDARD WEALTH

สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD