Microsoft ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม (ตามเวลาสหรัฐฯ) ว่าจะเปิดโครงการสมัครใจลาออก (Voluntary Exit Offer) ให้พนักงานในสหรัฐฯ, แคนาดา, อินเดีย และสหราชอาณาจักร โดยแหล่งข่าวระบุว่ามีพนักงานที่เข้าเกณฑ์ราว 60,000 คน คิดเป็นราว 27% ของพนักงานทั้งหมด 223,000 คน
- ได้สิทธิประโยชน์ใกล้เคียงเงินชดเชยเลิกจ้าง
- ต่อยอดจากโครงการเกษียณก่อนกำหนด
- ลงทุน AI หนักจนต้องคุมต้นทุน
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดต้นทุนและปรับโครงสร้างองค์กรให้เข้ากับยุค AI โดยเปิดให้พนักงานระดับรองประธานลงมา หรือระดับ 70 ตามการแบ่งระดับภายในของ Microsoft
พนักงานที่มีสิทธิ์จะได้รับอีเมลรายละเอียดข้อเสนอ และต้องตัดสินใจภายในต้นเดือนธันวาคม ส่วนผู้ที่เข้าร่วมจะพ้นสภาพพนักงานในวันที่ 31 ธันวาคม
“โครงการสมัครใจลาออกเป็นส่วนสำคัญของวิธีที่เราปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง คือการสร้างความยืดหยุ่นมากขึ้น และเปิดทางให้พนักงานได้กำหนดบทต่อไปของชีวิตตัวเองมากขึ้นเท่าที่จะทำได้” เอมี โคลแมน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของ Microsoft ระบุในข้อความถึงพนักงาน
Microsoft ระบุว่าโครงการนี้มีระยะเวลาจำกัด โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับการช่วยเหลือทางการเงินและการวางแผนอาชีพ และตอนนี้ยังไม่มีแผนเปิดโครงการลักษณะนี้อีก
ได้สิทธิประโยชน์ใกล้เคียงเงินชดเชยเลิกจ้าง
แหล่งข่าวระบุกับ Bloomberg ว่าแผนกอย่าง Xbox, Windows, Copilot และฝ่ายการเงิน เปิดให้พนักงานทุกคนที่เข้าเกณฑ์รับข้อเสนอได้ ขณะที่พนักงานบางกลุ่ม เช่น ฝ่ายดาต้าเซ็นเตอร์ ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ความปลอดภัยไซเบอร์ และควอนตัมคอมพิวติง ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม แต่ Microsoft ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในรายละเอียดเหล่านี้
โฆษกของ Microsoft ระบุว่าผู้ที่รับข้อเสนอจะได้สิทธิประโยชน์ใกล้เคียงกับเงินชดเชยการเลิกจ้างตามปกติของบริษัท
Business Insider รายงานว่า เมื่อ Microsoft ปลดพนักงานในสหรัฐฯ เมื่อต้นปีนี้ แพ็กเกจเงินชดเชยประกอบด้วยเงินเดือนพื้นฐานอย่างน้อย 60 วัน และพนักงานส่วนใหญ่ได้เงินเดือนพื้นฐานสูงสุด 39 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่งและอายุงาน
ตัวอย่างเช่น พนักงานระดับ 64 ลงมา ได้เงินเดือนพื้นฐาน 1 สัปดาห์ต่ออายุงานทุก 6 เดือน ส่วนพนักงานระดับ 65-67 ได้ 2 สัปดาห์ต่ออายุงานทุก 6 เดือน
Microsoft คาดว่าจะมีพนักงานรับข้อเสนอครั้งนี้น้อยกว่าโครงการเกษียณก่อนกำหนดมาก และแหล่งข่าวระบุว่าบริษัทไม่ได้ตั้งเป้าจำนวนไว้ ทั้งนี้ ในบางกรณี Microsoft จะพยายามรั้งพนักงานเก่งๆ ไว้ หากพวกเขาเลือกรับข้อเสนอ
โดยทั่วไป ข้อเสนอให้สมัครใจลาออกมักให้กับพนักงานอาวุโสที่มีค่าตอบแทนสูง และมีเงื่อนไขดีกว่าการถูกเลิกจ้าง พนักงานที่กำลังตัดสินใจมักดูเงินเก็บของตัวเอง ความเสี่ยงที่จะถูกปลดในอนาคต สภาพตลาดงาน และระยะเวลาที่อาจต้องใช้หางานใหม่
ต่อยอดจากโครงการเกษียณก่อนกำหนด
โครงการครั้งนี้ต่อยอดจากโครงการเกษียณก่อนกำหนด (Voluntary Retirement Program) ครั้งแรกของ Microsoft ที่ประกาศเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งเปิดให้พนักงานราว 8,600-9,000 คนที่เข้าเกณฑ์ตามอายุและอายุงาน และมีผู้รับข้อเสนอกว่า 30%
โครงการเกษียณก่อนกำหนดเปิดให้พนักงานระดับผู้อำนวยการอาวุโส หรือระดับ 67 ลงมา แต่โครงการใหม่ขยายสูงขึ้นไปถึงระดับรองประธาน แหล่งข่าวของ Business Insider ระบุว่าโครงการก่อนหน้าช่วยให้ Microsoft ปลดพนักงานในสัดส่วนที่น้อยกว่าปีก่อน
“โครงการนี้ต่อยอดจากสิ่งที่เราได้เรียนรู้เมื่อต้นปีผ่านโครงการเกษียณก่อนกำหนด” โคลแมนระบุ พร้อมบอกว่าโครงการนี้เป็น “อีกทางหนึ่งที่ช่วยให้แต่ละหน่วยงานปรับกำลังคนให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนไป”
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา Microsoft ปลดพนักงานไปหลายหมื่นคนในการปลดหลายระลอก โดย WSJ รายงานว่าเมื่อต้นปีนี้บริษัทประกาศปลดพนักงานในฝ่ายเกม Xbox 3,200 ตำแหน่ง ขณะที่ CNBC รายงานว่าเมื่อเดือนกรกฎาคม Microsoft ประกาศแผนปลดพนักงาน 4,800 คน
จำนวนพนักงานของ Microsoft แทบไม่เปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทเริ่มทุ่มเงินลงทุนด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์อย่างหนัก จนกดดันงบประมาณและการจ้างงานในส่วนอื่นของบริษัท
ลงทุน AI หนักจนต้องคุมต้นทุน
Microsoft เร่งลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับความต้องการประมวลผล AI ที่สูงขึ้น ทั้งเพื่อให้บริการคลาวด์แก่ Anthropic, OpenAI และบริษัทอื่นๆ อีกจำนวนมาก
เมื่อเดือนกรกฎาคม บริษัทระบุว่ารายจ่ายลงทุนในไตรมาสเดือนกรกฎาคม-กันยายนน่าจะเกิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.69 ล้านล้านบาท) เทียบกับ 3.49 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.18 ล้านล้านบาท) ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งรวมสัญญาเช่าทางการเงินด้วย
Microsoft กำลังเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ โดยพยายามคิดค่าบริการจากลูกค้าตามปริมาณการใช้ AI จริงมากขึ้น และยังให้โปรแกรมเมอร์ พนักงานขาย และพนักงานซัพพลายเชนใช้เครื่องมือ AI ซึ่งบริษัทพบว่าได้ผลอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันก็ต้องการให้มีคนที่มีความสามารถเหมาะสม สำหรับบุกธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสเติบโตมากที่สุด
Microsoft ต้องการเปลี่ยนผ่านโดยไม่ทำให้สถานะการเงินอ่อนแอลง ในไตรมาส 2 ขณะที่ Alphabet และ Amazon ซึ่งเป็นคู่แข่งด้านคลาวด์ ต่างมีกระแสเงินสดอิสระติดลบ แต่ Microsoft ยังมีกระแสเงินสดอิสระเป็นบวก 1.964 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.63 แสนล้านบาท) แม้จะลดลง 23% จากปีก่อน
บริษัทเทคโนโลยีรายอื่นก็พยายามลดคนเพื่อนำเงินไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่นกัน CNBC รายงานว่า Google เปิดโครงการสมัครใจลาออกในหลายหน่วยงานเมื่อปีที่แล้ว ส่วนจำนวนพนักงานของ Meta ลดลงกว่า 20,000 คนจากจุดสูงสุดเมื่อปลายปี 2022
โฆษกของ Microsoft ระบุว่าบริษัทต้องการพนักงานที่ทุ่มเทกับโจทย์ยากๆ ที่บริษัทกำลังแก้ ซึ่งคล้ายกับที่ผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายอื่นเคยบอกว่า การจะได้ทำงานต่อหมายถึงต้องยอมรับการทำงานที่เร็วขึ้นและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
Microsoft มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันพุธที่ 28 ตุลาคม (ตามเวลาสหรัฐฯ) ซึ่งนักลงทุนจะจับตาสัญญาณว่าเงินลงทุนมหาศาลใน AI เริ่มให้ผลตอบแทนแล้วหรือยัง โดยหุ้น Microsoft ปรับขึ้นราว 1% ในช่วงกลางวันที่นิวยอร์กหลังมีข่าวนี้ออกมา
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.74 บาท ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569
ภาพ: Nwz / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.businessinsider.com/microsoft-is-offering-buyouts-read-the-memo-2026-10
- https://www.wsj.com/tech/microsoft-will-offer-buyouts-to-60-000-employees-4c32945f
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-10-26/microsoft-to-offer-buyouts-to-60-000-workers-in-latest-cost-cut
- https://www.cnbc.com/2026/10/26/microsoft-msft-voluntary-buyouts.html
ABOUT THE AUTHOR
ถนัดกิจ จันกิเสน
Content Creator ประจำกองบรรณาธิการ THE STANDARD WEALTH ผู้เสพติดโลกธุรกิจ การตลาด เทคโนโลยี และชอบสำรวจโลกออฟไลน์และออนไลน์มาถอดรหัสความเคลื่อนไหวให้เป็นเรื่องเข้าใจง่าย สนุก และได้ไอเดียใหม่ๆ