
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสามารถสรุปผลการศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ ได้ก่อนครบกำหนด 90 วัน ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี
ผลการศึกษาพบว่า โครงการแลนด์บริดจ์มีความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อภาระงบประมาณและความเสี่ยงรอบด้าน คณะกรรมการจึงมีมติเห็นควรให้รวบรวมรายงานเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาเห็นชอบการยุติโครงการในรูปแบบเดิม
นายเอกนิติยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่มีความเสียหายจากการลงทุนด้านที่ดินหรือการก่อสร้าง เนื่องจากโครงการยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้ยาก คือ ความคุ้มค่าทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไปจากสมมติฐานเดิม หลังเศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งสถานการณ์โควิด-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณสินค้าและความสามารถในการแข่งขันของโครงการ
อย่างไรก็ตาม แม้โครงการแลนด์บริดจ์ในรูปแบบเดิมจะยุติลง แต่รัฐบาลไม่ได้หยุดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานฝั่งอันดามัน เนื่องจากสินค้าจากภาคใต้กว่า 34% ยังต้องส่งออกผ่านท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่แนวโน้มการค้ากับอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรปเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ การพัฒนาโครงข่ายรถไฟไทย-ลาว-จีน จะช่วยเพิ่มบทบาทของไทยในการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากจีนตอนใต้ไปยังตลาดตะวันตกมากขึ้น
สำหรับแนวทางการพัฒนาในระยะต่อไป รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยปรับปรุงท่าเรือระนองให้สามารถรองรับสินค้าได้ดีขึ้น และพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อท่าเรือระนองกับโครงข่ายรถไฟสายหลัก หรือ Missing Link เพื่อเพิ่มปริมาณตู้สินค้าที่ขนส่งผ่านฝั่งอันดามัน
ส่วนการลงทุนท่าเรือฝั่งอ่าวไทยเพิ่มเติมเพื่อรองรับการถ่ายลำสินค้ายังไม่มีความจำเป็น เนื่องจากปัจจุบันมีท่าเรือรองรับอยู่แล้ว ประกอบกับความคุ้มค่าทางธุรกิจของการลงทุนยังอยู่ในระดับต่ำ
“โครงการนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า การลงทุนขนาดใหญ่ต้องเริ่มจากยุทธศาสตร์ประเทศและสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ให้ชัด ก่อนให้หน่วยงานใดไปศึกษาแยกส่วน ต้องดูความเสี่ยงให้ครบ ใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เต็มประสิทธิภาพ และฟังประชาชนอย่างจริงจัง” นายเอกนิติกล่าว
Back to top button