NASA เผยผลการศึกษา Heat Shield ของ Artemis II ทำงานตามคาด หลังใช้เทคนิคใหม่ หมดห่วงภารกิจหน้า

Published on 16 ต.ค. 2026

October 16, 2026October 16, 2026

วันที่ 15 ตุลาคม 2026 NASA เปิดเผยรายงาน Rigorous Analysis Confirms NASA’s Artemis II Heat Shield Performance  เป็นผลวิเคราะห์ระบบป้องกันความร้อนของยาน Orion ในภารกิจ Artemis II ยืนยันว่า Heat Shield ทำงานสอดคล้องกับการคาดการณ์ทางวิศวกรรม และสามารถปกป้องนักบินอวกาศทั้งสี่คนระหว่างเดินทางกลับจากดวงจันทร์ได้ตามที่ออกแบบไว้ หลัง ลูกเรือ Artemis II เดินทางกลับถึงโลกอย่างปลอดภัย ปิดฉากการเดินทาง 9 วัน โดยการปรับเส้นทางเข้าสู่บรรยากาศโลกช่วยลดปัญหารอยแตกร้าวและการหลุดของวัสดุที่ไหม้เกรียมลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ Artemis I ซึ่งเป็นภารกิจทดสอบแบบไม่มีนักบินอวกาศ

ระหว่างกลับโลก Orion มีความเร็วสูงสุดประมาณ Mach 39 และเผชิญอุณหภูมิภายนอกมากกว่า 2,200 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิห้องโดยสารอยู่ที่ประมาณ 24 องศาเซลเซียส เบื้องหลังความต่างระดับเตาหลอมกับห้องปรับอากาศนี้คือระบบ Thermal Protection System โดยบริเวณฐานยานใช้ Heat Shield ที่ประกอบจากวัสดุ Avcoat จำนวน 186 บล็อก วัสดุชนิดนี้เป็น Ablative Material ซึ่งยอมให้พื้นผิวเปลี่ยนสภาพและสึกกร่อนระหว่างรับความร้อน เพื่อจำกัดความร้อนที่ส่งผ่านเข้าสู่โครงสร้างและห้องโดยสาร ดังนั้น การประเมินประสิทธิภาพจึงต้องพิจารณาว่าวัสดุเปลี่ยนแปลงไปตามที่ออกแบบไว้หรือไม่ รวมถึงระบบภายในได้รับการปกป้องเพียงใด

ภาพของแผ่นกันความร้อนยาน Orion ที่นักประดาน้ำดำน้ำลงไปถ่ายหลังจากตัวยาน Orion ลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อเก็บข้อมูลโปรไฟล์ความเสียหายของตัวยานโดยทันที ที่มา – US Navy

ประเด็นที่ NASA ต้องติดตามเป็นพิเศษมาจาก Artemis I ตามที่เราเคยรายงานไปใน NASA เลื่อนภารกิจ Artemis II ไปเป็นปี 2026 หลังพบปัญหาแผ่นกันความร้อนของยาน Orion ซึ่งพบการแตกร้าวและการหลุดของชั้นวัสดุที่ไหม้เกรียม หรือ Char Loss มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังการตรวจสอบและทดสอบวัสดุด้วยระบบ Arc Jet ที่ NASA Ames Research Center ทีมวิศวกรจึงปรับเส้นทาง Reentry ของ Artemis II โดยลดระยะทางสูงสุดที่ยานสามารถเดินทางไปตามแนวพื้นโลกระหว่างเริ่มเข้าสู่บรรยากาศจนถึงจุดลงทะเล หรือ Downrange Distance เป้าหมายคือให้ Heat Shield ใช้เวลาอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของ Artemis I สั้นลง แสดงให้เห็นว่าการจัดการความร้อนของยานอวกาศต้องคำนึงถึงทั้งอุณหภูมิที่พบและระยะเวลาที่วัสดุเผชิญสภาวะนั้น

ผลการบินจริงพบว่า Orion เข้าสู่บรรยากาศคลาดจากตำแหน่งเป้าหมายเพียงประมาณ 59 เมตร ก่อนลงทะเลเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 ห่างจากจุดที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 950 เมตร นอกชายฝั่ง San Diego ภาพใต้น้ำจากนักประดาน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ และการตรวจสอบบนเรือกู้ยานแสดงให้เห็นตั้งแต่ระยะแรกว่า Heat Shield มีรอยแตกร้าวและ Char Loss ลดลงอย่างชัดเจน ต่อมาผลตรวจสอบโดยละเอียดพบจุด Char Loss บนพื้นผิวส่วนฐานจำนวน 9 จุด เทียบกับ 103 จุดใน Artemis I หรือลดลงเหลือประมาณหนึ่งในสิบ โดย NASA ระบุว่าผลนี้ยืนยันประสิทธิผลของการปรับเส้นทางกลับโลก

แผ่นกันความร้อนของยานขณะที่ตัวยาน Orion ถูกยกออกจากเรือ USS John P. Murtha หลังการลงจอด ถ่ายในวันที่ 18 เมษายน 2026 ที่มา – NASA/Kevin Davis

หลังนำยานกลับมายัง NASA Kennedy Space Center ทีมผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบ Heat Shield เพิ่มเติม ก่อนส่งไปยัง Marshall Space Flight Center ในเมือง Huntsville รัฐ Alabama ซึ่งเริ่มเก็บตัวอย่างวัสดุและตรวจโครงสร้างภายในด้วย X-ray ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ผลประเมินหลังการบินพบว่าพฤติกรรมด้าน Aerodynamics และ Aerothermal ของ Orion สอดคล้องกับแบบจำลองและการทดสอบภาคพื้นดิน รวมถึงบริเวณรอยต่อระหว่างบล็อก Avcoat และวัสดุรอบชุดสลักเกลียวที่ใช้เชื่อมต่อ Crew Module กับ Service Module

ส่วน Backshell หรือระบบป้องกันความร้อนบนผนังลาดเอียงรอบ Crew Module ซึ่งประกอบด้วยกระเบื้องเซรามิกประมาณ 1,300 แผ่น ก็ทำงานตามที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน การตรวจสอบบริเวณหน้าต่าง ช่องระบายอากาศ เครื่องยนต์ควบคุมทิศทาง และประตูด้านข้าง ไม่พบสัญญาณความร้อนสูงเกินที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม งานวิเคราะห์ยังดำเนินต่อไป โดยทีมวิศวกรกำลังเปรียบเทียบข้อมูล Laser Scan ก่อนและหลังบิน เพื่อวัดปริมาณวัสดุที่สึกกร่อนจริงและตรวจสอบกับค่าที่แบบจำลองทำนายไว้ ควบคู่กับการทดสอบตัวอย่างวัสดุเพิ่มเติม

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้พัฒนา Heat Shield และกระบวนการผลิตสำหรับภารกิจถัดไป โดย Orion สำหรับ Artemis III ได้รับการปรับปรุงให้บล็อก Avcoat มีความสม่ำเสมอและมีคุณสมบัติการยอมให้ก๊าซซึมผ่าน หรือ Permeability ที่สอดคล้องกันมากขึ้นแล้ว NASA ติดตั้ง Heat Shield ของยานลำนี้เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ก่อนเชื่อมต่อ Crew Module กับ Service Module ในช่วงปลายเดือนเดียวกัน และเปิดระบบไฟฟ้าเพื่อตรวจสอบการเชื่อมต่อระหว่างสองโมดูลได้สำเร็จ ผลจาก Artemis II จึงเป็นหลักฐานจากการบินจริงที่ช่วยให้วิศวกรตรวจสอบได้ว่า ทั้งวัสดุ แบบจำลอง และวิธีพายานกลับโลก ทำงานร่วมกันได้ตามที่คาดหวังเพียงใด

เรียบเรียงโดย ทีมงาน Spaceth.co

Nattanon Dungsunenarn

Technologist, Journalist, Designer, Developer, I believe in anti-disciplinary. Proud to a small footprint in the universe. For Carl Sagan.