“เอกนิติ” ชงยุติแลนด์บริดจ์ หลัง NPV ติดลบหมื่นล้าน ลดเสี่ยงภาระคลัง

Published on 25 ก.ค. 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ สรุปผลการศึกษาและเตรียมเสนอรัฐบาลให้ยุติการดำเนินโครงการในรูปแบบเดิม หลังผลวิเคราะห์พบว่ามีความเป็นไปได้ทางธุรกิจอยู่ในระดับต่ำและเสี่ยงสร้างภาระทางการคลังในระยะยาว

การศึกษาดังกล่าวดำเนินการเสร็จก่อนครบกรอบระยะเวลา 90 วัน โดยคณะกรรมการได้รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อประเมินความเหมาะสมของโครงการทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคมนาคม และผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ผลการศึกษาพบว่า สมมติฐานทางเศรษฐกิจและปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือเปลี่ยนแปลงไปจากการประเมินเดิม โดยเฉพาะแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ประมาณการมูลค่าปัจจุบันสุทธิ หรือ NPV ของโครงการ จากเดิมที่ประเมินไว้เป็นบวก 637,713 ล้านบาท ปรับลดลงเป็นติดลบ 10,287 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า โครงการมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและปริมาณสินค้าในระดับสูง หากเดินหน้าก่อสร้างตามแผนเดิมอาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาระงบประมาณและหนี้สินของประเทศในอนาคต

นอกจากนี้ คณะกรรมการได้สอบถามข้อมูลจากสายเรือขนาดใหญ่ระดับโลก พบว่า สายเรือ 9 ใน 10 รายได้ลงทุนหรือเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับโครงการอื่นในต่างประเทศที่มีลักษณะใกล้เคียงกันแล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการที่ยังไม่มีพันธมิตรมีส่วนแบ่งตลาดไม่สูง จึงเพิ่มความเสี่ยงว่าปริมาณเรือและสินค้าที่เข้ามาใช้บริการแลนด์บริดจ์อาจต่ำกว่าประมาณการ

คณะกรรมการยังพิจารณาผลกระทบต่อพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับโลก และป่าชายเลนขนาดใหญ่ของประเทศ โดยเห็นว่าการพัฒนาโครงการอาจส่งผลต่อระบบนิเวศ การท่องเที่ยว และโอกาสในการผลักดันพื้นที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การเสนอให้ยุติโครงการในรูปแบบเดิมไม่ได้หมายถึงการยกเลิกการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคใต้ โดยคณะกรรมการเสนอให้ศึกษาการเพิ่มศักยภาพท่าเรือระนองที่มีอยู่เดิม ควบคู่กับการพัฒนาโครงข่ายรถไฟในช่วงที่ยังขาดการเชื่อมต่อ หรือ Missing Link เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากจีนและท่าเรือฝั่งตะวันออก

แนวทางดังกล่าวถูกประเมินว่าสอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชนและสามารถใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยไม่สร้างความเสี่ยงจากการลงทุนขนาดใหญ่ระดับล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ผลการศึกษาของคณะกรรมการจะถูกนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดทิศทางโครงการแลนด์บริดจ์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

Back to top button