OECD คาดศก.โลกปี 69 โต 2.9% เก็งเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก เหตุเงินเฟ้อยังสูง

Published on 24 ก.ย. 2026

กลุ่มประเทศองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะอยู่ที่ระดับ 2.9% ในปี 2569 และ 3.0% ในปี 2570

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจฉบับกลางปี (Economic Outlook Interim Report) ซึ่งเผยแพร่ในวันพุธ (23 ก.ย.) ระบุว่า OECD คาดการณ์ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจมประเทศพัฒนาแล้วในกลุ่ม G20 รวมถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ใน G20 จะยังคงใกล้เคียงระดับเดิม

ขณะเดียวกัน OECD คาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ของประเทศกลุ่ม G20 จะปรับตัวขึ้นจาก 3.4% ในปี 2568 มาอยู่ที่ระดับ 4.1% ในปี 2569 ก่อนที่จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 3.6% ในปี 2570

สำหรับประเทศพัฒนาแล้วในกลุ่ม G20 นั้น คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเพิ่มขึ้นจาก 2.5% ในปี 2568 มาอยู่ที่ระดับ 3.2% ในปี 2569 ก่อนจะลดลงเหลือ 2.6% ในปี 2570 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศตลาดเกิดใหม่ในกลุ่ม G20 จะเพิ่มขึ้นจากระดับ 4.1% ในปี 2568 มาอยู่ที่ระดับ 4.8% ในปี 2569 ก่อนจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 4.3% ในปี 2570

OECD ระบุว่า การคาดการณ์ดังกล่าวอิงจากสมมติฐานเชิงเทคนิคที่ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์และก๊าซธรรมชาติ TTF จะพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในไตรมาส 4/2568 และจะค่อย ๆ ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2570

OECD เตือนว่า ความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นความเสี่ยงหลักต่อคาดการณ์ดังกล่าว พร้อมเสริมว่า การส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นไปอย่างจำกัด เส้นทางการส่งออกทางเลือกที่ยังคงหยุดชะงัก เช่น ช่องแคบบับเอลมันเดบ หรือความเสียหายรุนแรงเพิ่มเติมต่อแหล่งผลิตพลังงานในภูมิภาค อาจเป็นปัจจัยที่ผลักดันราคาพลังงานพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศผู้นำเข้าสุทธิ

ทั้งนี้ OECD ยังเรียกร้องให้มีการปฏิรูปนโยบายเชิงโครงสร้างเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจสามารถรับมือกับภาวะช็อกด้านอุปทานในอนาคต ซึ่งการปฏิรูปเปล่านี้รวมถึงการเพิ่มความหลากหลายของแหล่งพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ปรับปรุงการปรับตัวของตลาดสินค้าและตลาดแรงงาน และการสร้างความเชื่อมั่นว่าแรงงานที่มีทักษะจะสามารถปรับตัวได้

สเตฟาโน สคาร์เปตตา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ OECD กล่าวว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยธนาคารกลางจำเป็นต้องเข้าแทรกแซงเหมือนอย่างที่เคยทำมา และอาจจะต้องทำมากกว่าที่เคยดำเนินการในปี 2565

ทั้งนี้ OECD คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ธนาคารในยูโรโซนจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกเล็กน้อย และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ในทางกลับกัน OECD คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางแคนาดาจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช