ต้องเกริ่นก่อนว่าไผ่ทองไอศครีมถึงแม้จะเป็นชื่อแบรนด์เดียวกัน แต่มี 2 บริษัท ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไผ่ทองซีกิมเช็ง บริหารงานโดยพี่ชายคนโตของตระกูล ส่วนอีกบริษัทก็คือ ไผ่ทองไอศกรีม มีโลโก้ต้นไผ่ บริหารงานโดย บุญชัย ชัยผาติกุล ลูกชายคนเล็กของตระกูล ทั้งคู่ได้รับสูตรจากรุ่นพ่อ ได้สิทธิ์ในเครื่องหมายการค้า ส่วนใครจะเป็นของแท้, ต้นตำรับ, ออริจินัล ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน
บุกโมเดิร์นเทรด เข้าถึงลูกค้า
ใครที่เป็นลูกค้าของไผ่ทองจะทราบกันดีว่า ไผ่ทองจะหาทานยาก เพราะไม่มีสถานที่ขายที่แน่นอน หน่วยรถจะเน้นการเดินขายเป็นหลัก หรือปักหลักตามตลาด ชุมชน หน้าโรงเรียน อาคารสำนักงาน
ทำให้เกิดฟีดแบ็กจากลูกค้าว่า “ชอบทานไผ่ทอง แต่หากินยาก” “ไผ่ทองเร็วกว่าแสง” เพราะรถบางคันปั่นเร็วจนลูกค้าเรียกไม่ทัน

ซึ่ง Pain Point เหล่านี้ ทำให้ธุรกิจไม่สามารถเติบโตได้เท่าที่ควร เพราะช่องทางการขยายจำกัด บุญชัยจึงเปิดเผยว่า ตอนนี้ได้แก้ Pain Point การหาทานยาก ด้วยการขยายช่องทางสู่โมเดิร์นเทรด เริ่มต้นจาก CJ Express ที่แรก ก่อนที่จะไปร้านสะดวกซื้ออื่นๆ
แต่เดิมไผ่ทองไอศครีม (ต้นไผ่) มีโมเดลการขายผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายเพียงช่องทางเดียว ปัจจุบันมีกว่า 400 รายทั่วประเทศ แล้วตัวแทนแต่ละพื้นที่ก็จะมีหน่วยขายเช่น รถพ่วงข้าง รถเข็น และซาเล้ง ซึ่งถือเป็นอาชีพสร้างชีวิตที่เปิดโอกาสให้ผู้แรงงานเข้ามาสร้างตัวได้ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียงไม่กี่บาท โดยทำเลยอดขายอันดับหนึ่งยังคงเป็นโซนสาธุประดิษฐ์ 28 สะพานขาว โบ๊เบ๊ และสำเพ็ง แถวนี้มีจุดขายกว่า 50 แห่ง

การบุกช่องทางโมเดิร์นเทรด จะช่วยทำให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น เพราะมีช่องทางการขายที่แน่นอน มีรูปแบบดังนี้
- กระจายสินค้าสู่ Modern Trade เริ่มวางจำหน่ายที่ CJ Express ทั้งรูปแบบถ้วย ไอติมแซนวิช และแบบโคน เป็นการเพิ่มไลน์สินค้าไอศกรีมถ้วยสำเร็จรูปที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 10% เพื่อลงตู้แช่ในห้างและร้านสะดวกซื้อ ในอนาคตเตรียมเข้าร้านสะดวกซื้ออื่นๆ อีกด้วย
- ขยาย B2B Partnership มีแผนจับมือกับเชนร้านอาหาร คาเฟ่ เพื่อผลิตไอศกรีมในรูปแบบเฉพาะตัว เพื่อเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย
- ปรับปรุงมาตรฐานโรงงานสู่ ISO ยกระดับโรงงานบนพื้นที่ 67 ไร่ เพื่อรองรับการรับจ้างผลิต OEM และเตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศ
- หาพาร์ทเนอร์เปิดแฟล็กชิพสโตร์ มองว่าปีหน้าอยากเข้าร่วมงาน THAIFEX เพื่อมองหาผู้ร่วมทุนใหม่ๆ และพัฒนาโมเดลร้านคาเฟ่/แฟล็กชิปสโตร์
ขายไอศครีมได้ 200 ล้าน เป้าหมายสู่พันล้าน
ในปีที่ผ่านมา ไผ่ทองทำยอดขายได้กว่า 200 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณไอศกรีมกว่า 3 ล้านกล่อง โดยมีรสยอดนิยมคือ กะทิ 30%, ช็อกโกแลต 25% และสตรอเบอร์รี่ 15% จากทั้งหมด 14 รสชาติ ปัจจุบันโรงงานมีความสามารถในการผลิตสูงถึง 60–70 ตันต่อวัน แต่ใช้งานเพียง 30 ตันต่อวัน จึงยังมีศักยภาพในการรองรับการเติบโตได้อีกมาก
สำหรับปีนี้ ไผ่ทองตั้งเป้าเติบโตอย่างน้อย 20% ต่อปี โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการนำพาแบรนด์ไปสู่ 1,000 ล้านบาท คาดว่าหลังจากเข้าโมเดิร์นเทรด จะช่วยให้เติบโตได้เร็วขึ้น
