- หน้าหลัก
- ภูมิภาค
- ภาคเหนือ
ตร.PCTภาค5รวบผัวเมียแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปอยเปตรับจ้างตระเวนกดเงินทั่วเชียงใหม่เสียหายหลักล้าน
เผยแพร่: 29 ส.ค. 2569 12:41 ปรับปรุง: 29 ส.ค. 2569 12:41 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เชียงใหม่-ตำรวจ PCT ภาค5 แกะรอยตามรวบ 2 ผัวเมียแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลังย้ายฐานหนีปอยเปต ผันตัวรับจ้างตระเวนกดเงินทั่วเมืองเชียงใหม่กว่า 50 ครั้ง เสียหายทะลุหลักล้านบาท
วันนี้(29ส.ค.69) รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า ศปอส.ภ.5 เดินหน้าปราบปรามเครือข่ายบัญชีม้าถอนเงิน หลังพบข้อมูลการถอนเงินจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ก่อเหตุต่อเนื่องหลายครั้งในช่วงปลายเดือน ก.ค. ถึงกลางเดือน ส.ค. 2569
โดยจากการตรวจสอบข้อมูลของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) พบการถอนเงินบริเวณตู้ ATM ในพื้นที่ อ.แม่โจ้ และ อ.สันทราย หลายรายการ โดยเฉพาะตู้ ATM บริเวณตลาดป่าเหมือด พบการถอนเงินรวม 37 ครั้ง และอีกจุดบริเวณโลตัส ซุปเปอร์มาร์เก็ต สันทราย พบอีก 15 ครั้ง รวมเป็น 52 ครั้ง ที่เกี่ยวข้องกับหลายคดี
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.5 จึงลงพื้นที่ติดตามสืบสวน เปรียบเทียบตำหนิรูปพรรณจากภาพกล้องวงจรปิดกับข้อมูลการถอนเงิน จนสามารถระบุตัวผู้ถอนเงินได้ และรวบรวมพยานหลักฐานเสนอพนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง
กระทั่งวันที่ 28 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งทำหน้าที่ถอนเงินสดตามคำสั่งของเครือข่าย ได้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง บัตร ATM 3 ใบ สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม และเสื้อผ้าที่ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด
จากการสอบถามและตรวจสอบโทรศัพท์ ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับคำสั่งผ่านแอปพลิเคชัน LINE จากผู้ใช้บัญชีชื่อ “เป็ดดำ” ให้ไปถอนเงินจากตู้ ATM ผ่านระบบ LINE BK ก่อนนำเงินสดไปฝากต่อยังจุดที่ได้รับคำสั่ง โดยได้รับค่าตอบแทนประมาณ 5% จากยอดเงินที่ฝาก
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน สนับสนุนฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ฯ และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงติดตามผู้สั่งการและผู้เกี่ยวข้องรายอื่น
ขณะเดียวกันตำรวจฝากเตือนประชาชน อย่ารับจ้างถอนเงิน โอนเงิน หรือรับฝากเงินแทนบุคคลอื่น โดยเฉพาะเงินที่ไม่ทราบแหล่งที่มา แม้จะอ้างว่าเป็นเพียง “งานกดเงิน” และได้รับค่าจ้างเป็นเปอร์เซ็นต์ เพราะอาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยไม่รู้ตัว และต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย.