
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.ย.69) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อ “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593” หรือ PDP2026 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศ รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero
การสัมมนาครั้งนี้มี นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์และถ่ายทอดสดทาง Facebook: EPPO Thailand เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำแผน โดยมีการนำเสนอรายละเอียดร่าง PDP2026 และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตลอดทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยว่า การจัดทำ PDP2026 เป็นการทบทวนทิศทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความต้องการพลังงานสะอาดจากภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รวมถึงการเติบโตของการผลิตไฟฟ้าใช้เองและยานยนต์ไฟฟ้า
นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงกติกาการค้าระหว่างประเทศและเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้การวางแผนระบบไฟฟ้าในอนาคตไม่สามารถพิจารณาเฉพาะการจัดหากำลังผลิตให้เพียงพอ แต่จำเป็นต้องพัฒนาระบบให้มีความยืดหยุ่น สามารถรองรับรูปแบบการผลิตและการใช้พลังงานที่หลากหลายมากขึ้น
ทั้งนี้ PDP ถือเป็นแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดทิศทางระบบไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว การจัดทำแผนจึงต้องพิจารณาทั้งความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ต้นทุนที่เหมาะสม ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อให้แผนมีความรอบด้านและสะท้อนมุมมองจากทุกภาคส่วน
สำหรับหลักการสำคัญของร่าง PDP2026 ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลใน 3 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน หรือ Security เศรษฐกิจ หรือ Economy และสิ่งแวดล้อม หรือ Ecology
ด้านความมั่นคง มุ่งให้ระบบไฟฟ้ามีกำลังผลิตเพียงพอทั้งในภาพรวมของประเทศและระดับภูมิภาค พร้อมกระจายประเภทเชื้อเพลิงเพื่อสร้างสมดุลของแหล่งพลังงานในระยะยาว ส่วนด้านเศรษฐกิจ มุ่งบริหารต้นทุนค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรม
ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศภายในปี 2593 ควบคู่กับแนวคิดการกระจายศูนย์ของระบบไฟฟ้า หรือ Decentralization และการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม หรือ Just Energy Transition
ร่าง PDP2026 ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากระบบไฟฟ้าแบบเดิมไปสู่ระบบที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ผ่านการบริหารสมดุลระหว่างพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และกำลังผลิตที่สามารถจ่าย FABไฟได้อย่างมั่นคง
พร้อมกันนี้ ยังปรับบทบาทของภาคเอกชนและผู้ใช้ไฟฟ้า จากการเป็นผู้ใช้พลังงานเพียงอย่างเดียวไปสู่การมีส่วนร่วมในระบบไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งการผลิตไฟฟ้าใช้เอง การบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้า และการเข้าถึงพลังงานสะอาด
แผนดังกล่าวกำหนดแนวทางพัฒนากลไกตอบสนองด้านความต้องการใช้ไฟฟ้า หรือ Demand Response (DR) โดยมีเป้าหมายสะสมมากกว่า 2,800 เมกะวัตต์ภายในปี 2593 รวมถึงพลังงานแบบกระจายศูนย์ หรือ Distributed Energy Resources (DER) เป้าหมายสะสมมากกว่า 9,100 เมกะวัตต์ภายในปีเดียวกัน
กลไกดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการบริหารความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด เพิ่มประสิทธิภาพของระบบโครงข่าย และรองรับการมีส่วนร่วมของผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าในระบบมากขึ้น
นอกจากนี้ ร่าง PDP2026 ยังเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำและเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต ทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ หรือ SMR และเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCS
ขณะเดียวกัน ยังเปิดกว้างสำหรับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดทางเลือกอื่น เช่น ระบบกักเก็บพลังงานระยะยาวและไฮโดรเจน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการพัฒนาระบบไฟฟ้าและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านเทคโนโลยีในระยะยาว
สำหรับช่วง 12 ปีแรกของแผน ระหว่างปี 2569-2580 กำหนดกรอบกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่รวมประมาณ 50,900 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบพลังความร้อนร่วม หรือ CCGT จำนวน 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า SMR จำนวน 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS จำนวน 14,500 เมกะวัตต์
แนวทางในช่วงแรกของแผนจะขับเคลื่อนอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน และดำเนินการภายใต้หลักการสร้างสมดุลด้านความมั่นคงทางพลังงาน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
ส่วนช่วงหลังปี 2580 ได้จัดทำทางเลือกสำหรับรองรับเส้นทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายพลังงานสะอาดในปี 2593 โดยพิจารณาทั้งการใช้เทคโนโลยี CCS การเพิ่มพลังงานหมุนเวียนควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน และการผสมผสานทั้งสองแนวทาง
ทั้งนี้ ทุกทางเลือกกำหนดให้พลังงานสะอาดมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 65% ภายในปี 2593 เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
สนพ. ยังเปิดรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม โดยสามารถส่งหนังสือถึงสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือแสดงความคิดเห็นผ่าน Google Form : https://forms.gle/Q2MQy8nRR4AUwqEQA ได้ถึงวันที่ 15 กันยายน 2569
ภายหลังปิดรับฟังความคิดเห็น สนพ. จะรวบรวมและพิจารณาข้อเสนอจากทุกช่องทาง เพื่อนำไปปรับปรุงร่างแผนให้มีความเหมาะสม รอบด้าน และสอดคล้องกับบริบทของประเทศ ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาที่เกี่ยวข้องต่อไป