อิสราเอล...สังคมที่กำลัง'ป่วยไข้'!!!

Published on 22 ส.ค. 2026

คือนอกจากจะคิดว่าการยึดบ้าน ยึดเมือง ยึดแผ่นดินผู้อื่นมาเป็นของตัวเอง เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม เป็นไปตามประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอิสราเอลเมื่อครั้งอดีต ที่เรียกๆ กันว่า The Greater Israel อันมีอาณาบริเวณตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำไนล์ในอียิปต์ ไปจนถึงลุ่มแม่น้ำยูเฟรติสในแถบอิรัก อิหร่าน โน่นเลย แต่ยังรู้สึกด้วยว่าการขจัดกวาดล้าง การสังหารพร่าผลาญใครก็ตาม ที่คิดขัดขวางการขยายอาณาเขต ขยายดินแดน ของอิสราเอลในลักษณะทำนองนี้ เป็นสิ่งที่ชอบแล้ว ถูกต้องแล้ว ไม่ว่าจะต้องฆ่าผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนดังกล่าวแบบให้หมดเกลี้ยง หมดเสี้ยนหนาม กันไปทั่วทั้งแผง หรือไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะถูกเรียกขานว่าเป็นการ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เอาเลยก็ตามที...

อันเนื่องมาจากตามความคิด ความรู้สึก ของยิวรายนี้ หรือของนาย Yahuda Shimon เขาเชื่อของเขาว่า... “ชีวิตของชาวยิว 1 ราย มีค่าเท่ากับมนุษย์มนาตาดำๆ รายอื่นๆ ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน” แม้ว่าเป็นคำพูด คำจา ที่น่าจะก่อให้เกิดเส้นเอ็นบริเวณง่ามขา และส้นเท้า กระตุกเอาง่ายๆ แต่นาย Yahuda Shimon ก็ยังพร้อมที่จะยืนยัน นั่งยัน อย่างไม่คิดจะสนใจเอาเลยว่า ได้สร้างความเปรี้ยวมือ เปรี้ยวตีน ให้กับใครต่อใครมาก-น้อยขนาดไหน? ด้วยการสรุปว่า “ผมรู้ว่าผมกำลังพูดอะไรอยู่...แต่เพราะนี่คือความจริง เพราะเหตุที่เราคือประชากรที่พระเจ้าได้เลือกสรรเอาไว้แล้ว และพวกคุณคงได้แต่อิจฉาเท่านั้น” นี่...มันเชื่อ มันบ้ากันไปได้ถึงขั้นนั้น!!!

และคงไม่ใช่แต่เฉพาะชาวยิวอย่างนาย Yahuda Shimon รายเดียวเท่านั้น ที่มีความคิด ความรู้สึก ทำนองนี้ เพราะแม้แต่ระดับผู้นำประเทศ ระดับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล อย่างนาย Benjamin Netahyahu ก็เคยใช้คำเรียกบรรดาชาวปาเลสไตน์ที่ถูกสังหาร พร่าผลาญ โดยกองทัพอิสราเอลไปแล้วนับเป็นแสนๆ คน และยังคงต้องฆ่ากันไม่เลิก วันละไม่ต่ำกว่า 10-20 ราย จนตราบเท่าทุกวันนี้ ว่าพวก อมาเลก (Amalek) หรือพวกที่ พระเจ้าของชาวยิว เคยสั่งให้กองทัพชาวยิวเมื่อครั้งอดีตฆ่าให้หมดเกลี้ยง ไม่ให้มีข้อยกเว้นแม้แต่เด็ก สตรี คนชรา โดยเด็ดขาดคำพูด คำจา ของผู้นำอิสราเอล กับราษฎรธรรมดาๆ ที่สอดคล้อง ต้องกัน โดยมิได้นัดหมายเช่นนี้ มันจึงอาจถือเป็นตัวสะท้อนถึงทัศนคติ ค่านิยม ประเพณี หรือความคลุ้มคลั่งใดๆ ก็ตามที่ฝังลึกอยู่ในสังคมอิสราเอล จนทำให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศบางราย ถึงกับต้องใช้คำเรียกสังคมอิสราเอลทุกวันนี้ ว่าเป็นสังคมที่กำลัง ป่วยไข้ หรือกำลังตกอยู่ในภาวะ วิกลจริต เอาเลยถึงขั้นนั้น...

ดังนั้น...สำหรับ การเลือกตั้งครั้งใหม่ ของประเทศอิสราเอล ที่กำลังจะมีขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้า หรือในเดือนตุลาคมปีนี้ ยังไงๆ...ก็ไม่น่าก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมอิสราเอลมากมายซักเท่าไหร่ ไม่ว่าทางการเมือง การทหาร หรือการคิดยึดดินแดนผู้อื่นมาเป็นของตัวเองแบบดื้อๆ ทื่อๆ ยิ่งเมื่อประเทศเล็กๆ อย่างอิสราเอลสามารถฉุดกระชาก ลากถู ให้ประเทศใหญ่ๆ หรือประเทศมหาอำนาจสูงสุดในโลก อย่างคุณพ่ออเมริกา ต้องหันไปกัดใคร? ขย้ำใคร? ตามแต่ที่ลูกหลานชาวยิวปรารถนาและต้องการ สิ่งที่ถูกสรุปเอาไว้ใน คำพยากรณ์ ของนักการศาสนาชาวยิวบางราย ผู้มีชื่อว่า เศคาริยาห์ เมื่อหลายต่อหลายพันปีที่แล้ว จึงอาจอุบัติขึ้นมาในโลกใบนี้และในยุคสมัยนี้เอาง่ายๆ!!!

นั่นก็คือคำพยากรณ์ที่ระบุเอาไว้ว่า... “พระเจ้า (ของชาวยิว) ตรัสว่า...ทั่วทั้งแผ่นดินจะต้องกำจัดเสียให้พินาศสิ้นสองในสาม และเหลือไว้หนึ่งในสาม เราจะเอาหนึ่งในสามนี้ใส่ในไฟ และถลุงเขาเหมือนถลุงเงิน และลองดูเขาเหมือนทดลองทองคำ แล้วเขาจะร้องทูลออกนามของเรา และเราจะตอบเขา เราจะกล่าวว่า...เขาทั้งหลายเป็นชนชาติของเรา เมื่อเขาเหล่านั้นกล่าวคำว่า...พระเยโฮวาห์คือพระเจ้าของข้าพเจ้า!!!” นี่...อันนี้นี่แหละที่อาจต้องนำมาใช้เป็นองค์ประกอบในการหาข้อสรุปว่า สุดท้ายแล้ว...มหาอำนาจสูงสุดอย่างอเมริกาที่ถูกลาก ถูกจูง โดยอิสราเอล จะกล้า หรือจะบ้า ถึงขั้นคิดงัดอาวุธมหาประลัย อย่าง อาวุธนิวเคลียร์ มาใช้เล่นงานประเทศอิหร่าน ในอนาคตอันใกล้ หรือไม่? อย่างไร?.