คมนาคม เดินหน้าพัฒนาระบบรถโดยสารสาธารณะ เชื่อมพื้นที่สมุทรปราการสู่เมือง

Published on 3 ก.ย. 2026

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงการพัฒนาระบบรถโดยสารสาธารณะเชื่อมต่อพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ด้วยการพัฒนาระบบรถโดยสารสาธารณะ หรือระบบขนส่งรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ ต.แพรกษา ต.ท้ายบ้านใหม่ ต.บางปูใหม่ และ ต.บางปู เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า BTS และโครงข่ายขนส่งมวลชนหลัก

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเป้าหมาย และประเด็นตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 2580 ประเด็นโครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์และดิจิทัล เป้าหมายการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองหลักภูมิภาค จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงรูปแบบการเดินทาง เพื่อเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าและสนามบิน ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งศึกษาแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2566

และได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการ ด้านการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงรูปแบบการเดินทางเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าและสนามบินในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (พ.ศ. 2568 2580) แบ่งเป็น 3 ช่วง (1) ระยะสั้น (พ.ศ. 2568 2570) (2) ระยะกลาง (พ.ศ. 2571 2575) และ (3) ระยะยาว (พ.ศ. 2576 2580) เพื่อให้การปรับปรุงจุดจอดรถโดยสารสาธารณะบริเวณสนามบิน สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบสถานีรถไฟฟ้า และพัฒนาเส้นทาง Feeder สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้าและสนามบิน ครอบคลุมสถานีรถไฟฟ้าทั้งหมด

โดยแผนดังกล่าว ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ดังนี้

1. การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานสถานีรถไฟฟ้าในเขตจังหวัดสมุทรปราการ ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีโครงข่ายรถไฟฟ้าเป็นระบบรางที่สำคัญในการเดินทางของคนทุกกลุ่ม ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อการเดินทางครบทุกรูปแบบ สำหรับคนทุกกลุ่มโดยรอบสถานีรถไฟฟ้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึง และส่งเสริมศักยภาพในการเดินทางรองรับการเติบโตของเมือง โดยปรับปรุงพื้นที่สำหรับรับ ส่งผู้โดยสาร (Drop off) รวมถึงใช้เป็นจุดจอดรถแท็กซี่ สร้างจุดจอดแล้วจร ติดตั้งราวจับที่ทางลาดและปรับปรุงทางเท้า

2.การพัฒนาระบบขนส่งรอง (Feeder) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง เข้าสู่ระบบราง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถรองรับผู้โดยสารให้เดินทางสู่สถานีรถไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยได้พิจารณาจัดเส้นทางระบบ Feeder ให้ครอบคลุมแหล่งชุมชน นิคมอุตสาหกรรม สถานศึกษา โรงพยาบาล และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้เสนอเส้นทางนำร่องในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ (1) ตลาดคลองเตย ตลาดสำโรง (สถานีสำ โรง) และ (2) สวนธนบุรีรมย์ บิ๊กซี พระประแดง (สถานีพระประแดง)

นอกจากนี้ จังหวัดสมุทรปราการมีเส้นทางรถโดยสารประจำทาง หมวด 1 จำนวน 7 เส้นทาง และหมวด 4 จำนวน 36 เส้นทาง รวม 43 เส้นทาง ให้บริการประชาชนครอบคลุมบนถนนสายหลัก และสายรอง อาทิ ถนนสุขุมวิท ถนนแพรกษา (ถนนพุทธรักษา) ถนนเทพารักษ์ ถนนตำหรุ-บางพลี ถนนกิ่งแก้ว และเชื่อมต่อการเดินทาง ล้อ เรือ ราง อากาศ ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม

สำหรับแนวเส้นทางที่เชื่อมโยงพื้นที่ตำบลแพรกษา ตำบลท้ายบ้านใหม่ ตำบลบางปูใหม่ และตำบลบางปู มีเส้นทางรถโดยสารประจำทาง หมวด 1 และหมวด 4 จำนวน 5 เส้นทาง ที่สามารถรองรับการเดินรถให้บริการประชาชน ตามแนวถนนแพรกษา (พุทธรักษา) และถนนสุขุมวิท เชื่อมต่อการเดินทางกับระบบการขนส่งทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ ประกอบด้วย 1. สายที่ 8 ปากน้ำ ซอยสมาคมฟอกหนัง 2. สายที่ 1140 สำโรง ปากน้ำ คลองด่าน 3. สายที่ 1275 ปากน้ำ คลองเก้า บางพลี 4. สายที่ 6008 สมุทรปราการ ตำหรุ วัดคลองเก้า และ 5. สายที่ 6274 ปากน้ำ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ส่วนการออกแบบเส้นทางให้ครอบคลุมพื้นที่ กระทรวงคมนาคมมีแนวทางในการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกแบบเส้นทางรถโดยสารสาธารณะให้ครอบคลุมแหล่งชุมชน นิคมอุตสาหกรรม สถานศึกษา โรงพยาบาล และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมทั้งกำหนดอัตราค่าโดยสารที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้

โดย สนข. ได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดทำแผนแม่บทด้านการจราจรและขนส่ง กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาจราจรและขนส่ง ตลอดจนประสานการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรการ และแผนงานของโครงการในจังหวัดสมุทรปราการ ผ่านการประชุมคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัดสมุทรปราการ (อจร.จังหวัดสมุทรปราการ) ซึ่งจะมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะและลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลอย่างเป็นรูปธรรมในจังหวัดสมุทรปราการ ต่อไป

อีกทั้งกระทรวงคมนาคม มีแนวทางส่งเสริมการใช้รถโดยสารพลังงานสะอาด เช่น รถโดยสาร ไฟฟ้า (EV Bus) ในการให้บริการในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ โดยปัจจุบันมีเส้นทางรถโดยสารประจำทาง หมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง จำนวนหลายเส้นทางที่เดินรถให้บริการเชื่อมต่อมายังพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีทั้งเส้นทางที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และผู้ประกอบการเอกชนเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

โดยมีเส้นทางที่ใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) อยู่จำนวน 27 เส้นทาง ซึ่งในปี พ.ศ. 2570 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จะมีการเปลี่ยนรถโดยสารสันดาปเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน ซึ่งจะทำให้มีรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) ในระบบการขนส่งสาธารณะเพิ่มมากขึ้นจากเดิม

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมมีนโยบายขับเคลื่อนเกี่ยวกับการเปลี่ยนถ่ายการใช้พลังงานจากฟอสซิลเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะในหมวดรถโดยสารสาธารณะ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้ประชาชน ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการเพื่อให้สามารถตรึงค่าโดยสารได้ และเปลี่ยนถ่ายการพึ่งพาพลังงานน้ำมัน

โดยกรมการขนส่งทางบก อยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในภาคการขนส่งทางบก ภายใต้โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานภาคการขนส่งทางบก เพื่อการขนส่งสาธารณะและโลจิสติกส์แห่งชาติ (GOVT TOP UP) เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานภาคการขนส่งทางบก สู่ระบบนิเวศการขนส่งสีเขียวที่ยั่งยืน และปลอดภัย

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์