ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติหนุนการกำกับดูแลธุรกรรมทองคำ เพื่อป้องกันการฟอกเงิน โดยเห็นด้วยในเชิงหลักการของการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะทองคำ เนื่องจากจะช่วยให้เห็นข้อมูลการซื้อขายที่ชัดเจน และสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมายได้ พร้อมจับมือ IMF World Bank เตรียมออก ‘Bangkok Blueprint’ สกัดภัยการเงิน
- ธปท. IMF World Bank เตรียมออก ‘Bangkok Blueprint’ สกัดภัยการเงิน
- ผู้ว่าฯ ธปท. หนุนกำกับธุรกรรมซื้อ-ขายทองคำ สกัดฟอกเงิน
วันนี้ (3 กันยายน) วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Bangkok Business Summit 2026: Reinvent Thailand, Resilient ASEAN โดยระบุว่า ใน ‘การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และ กลุ่มธนาคารโลก ปี 2569’ (The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group) ในตุลาคมนี้ ไทยมุ่งหารือใน 4 ประเด็นเสาหลัก ภายใต้แนวคิด ‘ขอบฟ้าใหม่ของไทย: สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง’ (Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience) ไทยเตรียมกำหนดวาระทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและการคลังโลก ดังนี้
- เสาที่ 1 การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึงและยืดหยุ่น (Digital and AI Transformation for Inclusive and Resilient Growth)
- เสาที่ 2 การขยายบทบาทของประเทศขนาดกลางในโลกที่มีความแตกแยกสูง เพื่อให้ไทยสามารถเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ (Building Resilience in a Fragmented World)
- เสาที่ 3 การสร้างสถาปัตยกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่เพื่อรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Building a New Financial Architecture for Climate Adaptation)
- เสาที่ 4 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืน (Demographic Change and the Longevity Economy)
วิทัยกล่าวต่อว่า ในบรรดาทั้ง 4 เสานี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะรับผิดชอบเนื้อหาในเสาหลักแรกเป็นหลัก เนื่องจากไทยมีความพร้อมและมีประสบการณ์พิเศษในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน อย่างระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) เป็นอย่างมาก
ธปท. IMF World Bank เตรียมออก ‘Bangkok Blueprint’ สกัดภัยการเงิน
วิทัยกล่าวต่อว่า เมื่อการใช้งานเพิ่มขึ้นจึงจำเป็นต้องรับมือกับภัยหลอกลวง (Scam) และภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นทั้งขนาดและความซับซ้อน ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้ร่วมมือกับ IMF และธนาคารโลก (World Bank) จัดทำ ‘Bangkok Blueprint’ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติระดับสากลในการรับมือกับภัยการเงินดิจิทัล
นอกจากนี้ วิทัยกล่าวต่อว่า ในวันที่ 10 กันยายน ธปท. เตรียมร่วมมือกับสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารรัฐ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ผู้ให้บริการ e-Money และร้านแลกเงิน “มาร่วมกันลงนามประกาศเจตนาว่าเราจะช่วยกันดูแลระบบการเงิน ไม่ให้เป็นถูกส่วนของการทำเงินทุจริต ฟอกเงิน เส้นทางเงิน” เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะไม่สนับสนุนหรือปล่อยให้ระบบการเงินถูกใช้เป็นช่องทางในการทุจริต คอร์รัปชัน หรือกิจกรรมผิดกฎหมายทั้งทางตรงและทางอ้อม
วิทัยกล่าวต่อว่า เงินที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเงินจากสแกมเมอร์ คอร์รัปชัน การทุจริต หรือการฉ้อโกง สุดท้ายจะต้องถูกดึงออกจากระบบในรูป ‘เงินสด’ ธปท. จึงออกมาตรการต่างๆ ออกมา รวมถึงการกำกับธุรกรรมถอนและฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท เพื่อป้องกันการนำเงินผิดกฎหมายเข้าหรือออกระบบ
“เมื่อเก็บเงินสดไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนเงินสดเป็นทองคำ เงินตราต่างประเทศ USDT อสังหาริมทรัพย์ รถหรู และทองคำ อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้บอกผู้ประกอบการร้านทองคำ ‘มีปัญหา’ แต่เชื่อว่ามีการฟอกเงินบางส่วนผ่านร้านทองบางร้าน ถ้าเราสามารถทราบธุรกรรมการซื้อขายทองได้จะดีมาก แต่วันนี้เราไม่ทราบเลยว่ามีการซื้อขายทองเท่าไหร่และใครซื้อใครขายบ้าง กลับกันถ้าไปซื้อของในเซเว่นยังมีใบเสร็จยังเห็นธุรกรรม (Transaction) รวมถึงการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ คริปโตเคอร์เรนซี ก็จะถูกบันทึกว่าใครซื้อ ใครขายเท่าไหร่ แต่ทองคำไม่มีเลย” วิทัยกล่าว
ทั้งนี้ ตั้งแต่รับตำแหน่งผู้ว่าฯ ธปท. วิทัยได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังธุรกรรมไม่พึงประสงค์อย่างต่อเนื่อง เช่น
- การกำกับธุรกรรมถอนและฝากเงินสดมูลค่ามากกว่า 5 ล้านบาทต้องแจ้งวัตถุประสงค์และแหล่งที่มาของการทำธุรกรรม
- ให้สถาบันการเงินรายงานธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติที่ไม่สอดคล้องกับโปรไฟล์ลูกค้า
- การกำหนดให้รายงานข้อมูลการซื้อขายทองคำออนไลน์มูลค่าสูง ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป
- คุมเข้ม ‘ธุรกิจแลกเงิน’ (Money Changer) กำหนดเพดานรับซื้อเงินตราต่างประเทศจากลูกค้าได้ไม่เกิน 8 แสนบาทต่อวันต่อราย
- ร่วมกับ ก.ล.ต. กำกับธุรกรรม USDT ต้องสงสัย
ผู้ว่าฯ ธปท. หนุนกำกับธุรกรรมซื้อ-ขายทองคำ สกัดฟอกเงิน
วิทัยกล่าวว่า เห็นด้วยกับการกำกับธุรกรรมการซื้อขายทองคำ เหตุมองว่า เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันเรื่องการฟอกเงินได้ โดยอาจจะทำด้วยการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะหรือวิธีอื่นๆ ก็ได้
“อย่างที่ผมเรียน ถามว่า ผมเห็นด้วยกับหลักการหรือไม่ ผมเห็นด้วยกับหลักการ ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไร จะเก็บภาษี หรือใช้วิธีอื่น หรือเก็บในอัตราเท่าไหร่ ก็เป็นอำนาจของกระทรวงการคลัง ธปท. ไม่ได้อยู่ในวงจร (Loop)”
วิทัยอธิบายต่อว่า “การเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งจะเก็บตอนขาขายทอง อาจเก็บในมูลค่าต่ำมากๆ เช่น 0.01% เหมือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดว่า ภาษีธุรกิจเฉพาะทองคำไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเก็บรายได้ แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เห็นการรายงานธุรกรรม”
“สมมุติเก็บในอัตรา 0.01% ของ 7 หมื่นบาท คือ 7 บาท เก็บคนที่ขายทอง 7 บาทก็จะเห็นว่าใครซื้อ-ขาย เห็นปริมาณเท่าไหร่ จากนี้ไปใครฟอกเงินด้วยการซื้อขายทองคำแล้วไม่รายงานจะกลายเป็นความผิดทางอาญาทันที” วิทัยกล่าว
ABOUT THE PHOTOGRAPHER
ณาฌารัฐ ภักดีอาสา
ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD