‘เคทีซี’ ชูแนวคิดการเงินยั่งยืน จากเข้าถึงสู่ความมั่นคงทางการเงิน

Published on 6 ก.ย. 2026

เมื่อพูดถึง ‘การเงินเพื่อความยั่งยืน’ (Sustainable Finance) หลายคนยังนึกถึงการลงทุนในพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า หรือโครงการลดคาร์บอนเป็นลำดับแรก แต่ในความเป็นจริง Green Finance เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Sustainable Finance ซึ่งมีขอบเขตกว้างกว่านั้นมาก เพราะครอบคลุมทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คน ผ่านการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เป็นธรรม โปร่งใสและรับผิดชอบ

6 ก.ย. 2569 ในโลกที่เศรษฐกิจเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่ความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเข้าสู่สังคมสูงวัย ไปจนถึงปัญหาหนี้ครัวเรือน คำถามสำคัญของภาคการเงินจึงไม่ใช่เพียงว่า เงินสร้างผลตอบแทนได้มากแค่ไหน? แต่คือผลตอบแทนนั้นกำลังสร้างคุณค่า หรือกำลังทิ้งต้นทุนบางอย่างให้สังคมในอนาคต นี่จึงเป็นเหตุผลที่แนวคิด Sustainable Finance ได้รับความสำคัญเพิ่มขึ้นทั่วโลก เพราะหัวใจของเรื่องนี้ไม่ใช่การสร้างความมั่งคั่งเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ สามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการเสริมความเข้มแข็งให้สังคม และไม่ส่งต่อภาระให้คนรุ่นถัดไป

ในประเทศไทย ประเด็นดังกล่าวยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เมื่อข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ณ ไตรมาส 1 ปี 2569 หนี้ครัวเรือนของไทยคิดเป็น 85.9% ของ GDP แม้จะลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี แต่ยังสะท้อนถึงภาระทางการเงินที่กดทับความสามารถในการใช้จ่าย การออม และการลงทุนของครัวเรือนจำนวนมาก ความท้าทายของระบบการเงินยุคใหม่จึงไม่ใช่การเพิ่มจำนวนผู้เข้าถึงสินเชื่อ แต่คือการทำให้การเข้าถึงนั้นนำไปสู่ความเข้มแข็งทางการเงินในระยะยาว เพราะหากครัวเรือนยังอยู่ในภาวะเปราะบาง การเติบโตทางเศรษฐกิจก็ยากที่จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ในอดีตความสำเร็จของภาคการเงินมักถูกวัดจากยอดสินเชื่อ มูลค่าการลงทุนหรือกำไรสุทธิ แต่วันนี้ตัวชี้วัดเหล่านั้นอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สถาบันการเงินทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับคำถามใหม่ว่า เงินที่ถูกปล่อยออกไปช่วยสร้างความแข็งแรงให้ระบบเศรษฐกิจจริงหรือไม่ ผู้บริโภคมีศักยภาพในการบริหารภาระหนี้ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ และบริการทางการเงินกำลังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนหรือเปล่า สำหรับ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ความยั่งยืนทางการเงินไม่ได้เริ่มต้นจากโครงการขนาดใหญ่ แต่เกิดขึ้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของสมาชิกนับล้านคน การเข้าถึงสินเชื่ออย่างเหมาะสม การได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและโปร่งใส การมีเครื่องมือช่วยบริหารค่าใช้จ่าย และการได้รับการดูแลเมื่อเผชิญความท้าทายทางการเงิน ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบการเงินที่ยั่งยืน

การเข้าถึงสินเชื่อเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าผู้คนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หากการก่อหนี้เกิดขึ้นโดยปราศจากการวางแผนหรือความเข้าใจที่เพียงพอ โอกาสทางการเงินอาจกลายเป็นความเปราะบางทางการเงินได้เช่นกัน ความรับผิดชอบของผู้ให้บริการทางการเงินจึงไม่ได้จบลงที่การอนุมัติสินเชื่อ แต่รวมถึงการช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้บริการทางการเงินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน เมื่อครัวเรือนมีความเข้มแข็งทางการเงิน ย่อมมีศักยภาพในการใช้จ่าย ลงทุน และรับมือกับความไม่แน่นอนได้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งแรงของระบบเศรษฐกิจโดยรวม

การเงินเพื่อความยั่งยืนจึงไม่ใช่เรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง และไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนคิด หากแต่เกี่ยวข้องกับทุกคนที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือผู้บริโภค เพราะทุกการตัดสินใจทางการเงินในวันนี้ ล้วนส่งผลต่อทิศทางของเศรษฐกิจและสังคมในวันข้างหน้า

เพิ่มเพื่อน