
กลายเป็นเรื่องสด ๆ ร้อน ๆ ที่ “โมนิก้า” ต้องหยิบยกขึ้นมาพูดถึงก่อนเรื่องอื่น ๆ ก็คือ การปรากฏชื่อท่านอ้วน จุฑาวัชร วิวัชรวงศ์ ประกาศตัวเข้าสมัครตำแหน่ง CEO การบินไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นช็อตที่ทำให้ผู้คนในวงการต่าง ๆ ฮือฮากันเป็นแถว เพราะคุณพี่ “ชาย เอี่ยมศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คนปัจจุบันจะหมดวาระวันที่ 31 ม.ค. 70 หลังดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 4 ปี (เริ่ม 1 ก.พ. 66) ไงล่ะคะ
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องพูดถึงประวัติการทำงานของ “ท่านอ้วน” เพื่อชี้ให้เห็นประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการบินระดับนานาชาติกว่า 25 ปี ทั้งในด้านเทคนิคอากาศยาน การควบคุมงานซ่อมบำรุง และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ CAMP Systems (ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์และระบบจัดการข้อมูลชั้นนำระดับโลก สำหรับการบำรุงรักษาอากาศยานและการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการบิน) ส่งผลให้การลงสมัครครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากพะยะค่ะ
โดยการสรรหาซีอีโอคนใหม่ได้มีการประกาศรับสมัครตั้งแต่วันที่ 7–27 ก.ย. 69 ซึ่งมีการวางสเปกอายุต้องไม่เกิน 65 ปี ดีกรีปริญญาโทขึ้นไป และเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กรภาคเอกชน หรือรัฐวิสาหกิจที่มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือมีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ขณะที่ผู้สมัครที่เป็นพนักงานการบินไทย ต้องเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับ 13 ขึ้นไปนะจะบอกให้
ถัดมาเป็นรายชื่อตัวเต็ง “คนใน” ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหารระดับสูง (ระดับ 13 ขึ้นไป) ของการบินไทยที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และถูกจับตามองว่าจะลงชิงชัยในครั้งนี้ แม้บางรายจะยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมเอกสาร และยังไม่ได้ส่งใบสมัครเป็นทางการก็ตาม เริ่มตั้งแต่ นางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ (ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี) ซึ่งเป็นคนที่คลุกคลีกับเจ้าจำปีมาตั้งแต่สมัยฟื้นฟูกิจการเจ้าค่ะ
นอกจากนี้ยังมี นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ (ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์) นายทวิโรจน์ ทรงกำพล (ประธานเจ้าหน้าที่สายกลยุทธ์องค์กร) นางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ (ประธานเจ้าหน้าที่หน่วยธุรกิจการบิน) นายชวาล รัตนวราหะ (ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ) นายเชิดพันธ์ โชติคุณ (ประธานเจ้าหน้าที่สายช่าง) นางจันทริกา โชติกเสถียร (ประธานเจ้าหน้าที่สายทรัพยากรบุคคล) ล้วนมีสิทธิ์ชิงตำแหน่งดังกล่าว..ทราบแล้วเปลี่ยน!
จุดที่น่าคิดหลังจากได้ซีอีโอคนใหม่ก็คือ การสานต่อภาระกิจการเติบโตแบบ “เลือกโต ไม่เร่งโต” โดยคำนึงถึงเส้นทางบินที่มีกำไร และความคุ้มค่ายังมีความต่อเนื่องขนาดไหน? รวมทั้งการพัฒนาเป็น Network Airline ซึ่งเชื่อมต่อกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางอาเซียน เพื่อดึงผู้โดยสารต่อเครื่อง และใช้จีนกับอินเดียเป็นแกนสร้างปริมาณผู้โดยสาร ยังเป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานที่จะทำให้การบินไทยติดลมบนจริงไหม?
โดยประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่สอดรับกับการเสริมทัพฝูงบินใหม่ หลังมีการรับมอบเครื่องบินเพิ่มรวม 29 ลำ ทำให้สิ้นปี 69 มีฝูงบินรวมประมาณ 101 ลำ เพื่อเตรียมพร้อมขยายเครือข่ายในปีถัดไป รวมถึงการขยายเส้นทางบินที่ครอบคลุมตารางบินฤดูร้อนกว่า 62 เส้นทาง และเพิ่มความถี่ในเส้นทางยอดนิยม ครอบคลุมถึงการร่วมมือกับสายการบินพันธมิตรทั้งในและนอก Star Alliance เพื่อเพิ่มจุดหมายปลายทางโดยไม่ต้องบินเองแบบนี้..กำไรถึงแข็งแกร่งสุด ๆ นะจ๊ะ
ทั้งหมดนี้ถือเป็นมาตรฐานการทำงานที่ซีอีโอใหม่ควรทำให้ดีกว่าเดิม และไม่ควรทำให้แผนงานดังกล่าวสะดุด หลังผลประกอบการของเจ้าจำปีในช่วงที่ผ่านมาดีขึ้นชัดเจน และที่สำคัญคือการบินไทยลดสถานะจากการเป็นรัฐวิสาหกิจมาเป็นบริษัทเอกชนอย่างเต็มตัว ภาระกิจของซีอีโอคนใหม่จึงต้องบริหารวัฒนธรรมองค์กรให้มีความคล่องตัว ยึดหลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใส เพื่อลบภาพจำปัญหาการแทรกแซงในอดีตแบบนี้..เริ่มเดือดแล้วใช่ไหมคะ
โมนิก้าและทีมงาน
Back to top button