หุ้นเป้าฝรั่งรอบใหม่

Published on 9 ก.ย. 2026

ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ “เงินฝรั่ง” หรือฟันด์โฟลว์กลับมาอีกครั้งครับ

ต่างชาติย่องกลับมาซื้อถึง 6 ใน 7 วันทำการ อย่างวานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยอีก 3,136 ล้านบาท

ขณะที่เพียง 9 วันทำการแรกของเดือนกันยายน ซื้อสุทธิไปแล้ว 10,037 ล้านบาท

ตัวเลขนี้ยิ่งน่าสนใจ เมื่อย้อนกลับไปดูเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพราะเดือนนั้นต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยไปประมาณง 2.5 หมื่นล้านบาท

จาก “ขาย” กลับมาเป็น “ซื้อ” ภายในเวลาไม่กี่วัน

คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ฝรั่งกลับมาหรือยัง?

แต่อยู่ที่ว่าฝรั่งกลับมาซื้อแบบแรลลี่ไหม เพราะหากดูตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 9 กันยายน 2569 ต่างชาติยังซื้อสุทธิหุ้นไทยสะสมถึง 61,406 ล้านบาท

เมื่อเงินก้อนใหญ่เริ่มขยับ ตลาดหุ้นมีโอกาสเปลี่ยน

เงินบาทมีเสถียรภาพ

Bond Yield ผ่อนคลาย

Valuation หุ้นไทยเริ่มมีพื้นที่

และเมื่อผลตอบแทนสินทรัพย์ปลอดภัยลดความน่าสนใจลง เงินย่อมมองหาสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงกว่า

แต่สิ่งที่ต้องระวัง เพราะฝรั่งซื้อหุ้นไทยไม่ได้แปลว่าซื้อหุ้นทุกตัว

สิ่งที่ฟันด์โฟลว์ เลือกก่อนยังคงเป็นหุ้นใหญ่ สภาพคล่องสูง และมีอัพไซด์ กำไร การเติบโตเข้ามาเป็นปัจจัยหนุน

ไม่ได้ซื้อแบบซี้ซั้ว

ดังนั้น กลุ่มบิ๊กแคปจึงยังคงตกเป็นเป้าโดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร เช่น  KBANK และ BBL เพราะสองหุ้นแบงก์นี้มีทั้งขนาดมาร์เก็ตแคป สภาพคล่อง และความสัมพันธ์โดยตรงกับทิศทางเศรษฐกิจและดอกเบี้ย

หากเงินต่างชาติกลับมาอย่างต่อเนื่อง แบงก์ใหญ่ย่อมเป็นหนึ่งในเป้าหมายแรก ๆ

อีกหุ้นที่ต้องจับตาคือ ADVANC

หุ้นที่มีทั้งความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด และสถานะ Defensive Growth

ส่วน GULF อย่างที่รับทราบกันแล้วว่า ไม่ได้มีเพียงโรงไฟฟ้าอีกต่อไป เพราะวันนี้ตลาดกำลังมองไปถึง Digital Infrastructure และธุรกิจใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่ม Growth Story

ขณะที่ DELTA ยังเป็นหุ้นตัวสำคัญของตลาดหุ้นไทย เพราะด้วยขนาด Market Cap กว่า 3.4 ล้านล้านบาท และธีมเทคโนโลยี AI ทำให้ทุกครั้งที่เงินต่างชาติไหลเข้าสู่หุ้นเทคโนโลยี ชื่อ DELTA มักหนีไม่พ้นสายตานักลงทุน

นี่จึงเป็นจุดที่ต้อง “ลูบคม” กันให้ดีครับ

ดัชนีตลาดหุ้นอาจขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นทุกตัวจะขึ้น

เพราะต่างชาติเลือกหุ้น ไม่ได้เลือกทั้งตลาด ดังนั้นเงินเข้ามารอบใหม่อาจไม่ใช่การวิ่งไล่ซื้อหุ้นที่ลงมามากที่สุด

เราจึงต้องหาหุ้นที่เงินต่างชาติกำลังจะเข้า และหุ้นที่มีโอกาสถูกเลือกก่อน ก็คือหุ้น Big Cap ที่มีทั้ง Liquidity และ Earnings Story

ทว่า อาจยังเร็วเกินไปที่จะประกาศว่า ฟันด์โฟลว์ กลับตัวเป็นขาขึ้นเต็มรูปแบบ

เพราะตลาดโลกยังต้องเผชิญทั้งเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ ค่าเงิน เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์

แต่สัญญาณที่ปฏิเสธไม่ได้คือ หลังจากขายหนัก 2.5 หมื่นล้านบาทในเดือนสิงหาคม แล้ว 9 วัน กลับมาซื้อกว่า 1 หมื่นล้านบาทนี่คือเงินที่ตลาดไม่ควรมองข้าม

ดังนั้น หากสัปดาห์ต่อจากนี้ตัวเลขต่างชาติยังเดินหน้าซื้อต่อ

ภาพของตลาดฯ จึงมีโอกาสเปลี่ยน

และเดินทางไปสู่เป้าหมายที่บรรดานักวิเคระห์จากโบรกเกอร์ต่างๆ ให้เป้าดัชนีสิ้นปีไว้ที่ระดับ 1,700 จุด บวก/ลบ