หญิงเล่านาทีระทึก เข้าช่วยน้องแมวที่กำลังถูกงูรัด ก่อนถูกงูหันมารัดขาทั้งสองข้างแทน สุดท้ายแมวตกใจวิ่งหนีไป 3 ซอย ซึ้งน้ำใจเพื่อนบ้านช่วยไม่ห่าง

วันที่ 9 กันยายน 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Duangnapa Barrikut เล่าประสบการณ์สุดระทึก หลังกลับบ้านพบว่า เปอร์ น้องแมวที่เลี้ยงไว้ถูกงูรัดอยู่กลางสวน จึงรีบเข้าช่วยจนถูกงูกัดที่หัวแม่มือ ก่อนงูจะหันมารัดขาทั้งสองข้างของตัวเอง ต้องรวบคองูและบีบสุดแรงเพื่อเอาชีวิตรอด ขณะที่น้องแมวตกใจวิ่งหนีหายไปไกลถึง 3 ซอย ทำให้เจ้าของต้องเช็ก AirTag ออกตามหานานหลายชั่วโมง ท่ามกลางความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ก่อนจะพบเปอร์ซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังหนึ่งและสามารถนำตัวกลับมาได้อย่างปลอดภัย
เจ้าของโพสต์ เล่าว่า หลังกลับจากบ้านที่ดอนเมือง และเปิดประตูบ้านตามปกติ เพื่อปล่อยให้ เปอร์ แมวที่อยู่ในบ้านมาตั้งแต่ช่วงเช้า ได้วิ่งออกมาเดินเล่นในสวน ก่อนเจ้าของจะเดินตามดูแลไม่ห่าง กระทั่งเปอร์เดินเข้าไปบริเวณสวนด้านหลังออฟฟิศ และไม่ถึง 10 วินาทีต่อมา จู่ ๆ ก็ร้องเสียงหลงคล้ายแมวกัดกัน เมื่อเจ้าของวิ่งเข้าไปดูจึงพบว่า เปอร์กำลังถูกงูรัด จึงรีบเข้าช่วยทันที
.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Duangnapa Barrikut
เจ้าของเล่าว่า เมื่อเห็นงูรัดเปอร์ จึงพยายามนำงูออกจากตัวแมว โดยเคยอ่านข้อมูลจากเพจเกี่ยวกับแมวว่า หากทุบบริเวณหาง งูอาจคลายการรัด จึงรีบคว้ากระถางดินเผาบ้านเชียงที่อยู่ใกล้มือมาทุบหลายครั้งจนกระถางแตก แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้งูคลายได้ จึงใช้มือขวาคว้าคองู ระหว่างชุลมุนไม่แน่ใจว่าเป็นงูหรือแมวที่กัดเข้าบริเวณหัวแม่มือขวา ก่อนจะจับหัวงูและออกแรงดึงจนงูยอมคลายจากตัวเปอร์ ทำให้เปอร์หลุดและวิ่งไปบริเวณหน้าออฟฟิศ
หลังช่วยแมวออกมาได้ เจ้าของต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกต่อ เนื่องจากงูรัดขาของเธอแทน โดยเริ่มจากขาข้างเดียว ก่อนจะรัดทั้งสองข้างจนไม่สามารถเดินได้ เจ้าของจึงร้องขอความช่วยเหลือจากบ้านข้างๆ พร้อมพยายามรวบคองูไว้ทั้งสองมือและบีบสุดแรง กระทั่งเพื่อนบ้านออกมาพบเห็นเหตุการณ์และรีบเข้าช่วยเหลือ แม้จะไม่สามารถข้ามกำแพงมาได้ แต่ก็อ้อมมาทางหน้าบ้าน ขณะที่เจ้าของยังคงบีบคองูจนมันยอมคลายจากขา แต่ยังไม่ยอมปล่อย จึงต้องถอดรองเท้าและยกขาออกมา ก่อนจะนำงูใส่กระสอบได้สำเร็จ
.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Duangnapa Barrikut
.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Duangnapa Barrikut
อย่างไรก็ตาม หลังจัดการงูแล้ว เจ้าของเพิ่งรู้ว่าเปอร์ไม่ได้อยู่บริเวณหน้าออฟฟิศ แต่ได้วิ่งหนีไปไกลถึง 3 ซอย จึงรีบออกตามหา พร้อมใช้โทรศัพท์เปิดระบบ Find My และติดตามสัญญาณ AirTag โดยเริ่มค้นหาประมาณ 20.20 น. พิกัดแรกแสดงบริเวณใกล้บ้าน ก่อนจะเปลี่ยนไปอยู่ถัดออกไปอีก 3 ซอย เจ้าของจึงวิ่งตามพิกัดไปทันที แม้เส้นทางที่คนเดินกับเส้นทางที่แมววิ่งจะเป็นคนละทาง ทำให้ต้องวิ่งอ้อมไปตามหา
เมื่อไปถึงบ้านตามพิกัด เจ้าของได้ขออนุญาตเจ้าของบ้านเข้าไปค้นหา เนื่องจากระบบระบุว่าเปอร์อยู่บริเวณดังกล่าว โชคดีที่เจ้าของบ้านเป็นคนรักสัตว์และอนุญาตให้เข้าไปตามหา แต่เรียกอย่างไรก็ไม่มีเสียงตอบ และพิกัดก็เปลี่ยนไปอีก ทำให้ต้องออกตามหาตามสัญญาณ AirTag ท่ามกลางความกังวล เพราะเปอร์ตกใจกลัวอย่างมาก แม้แต่เสียงเจ้าของที่คุ้นเคยก็ไม่ยอมตอบ โดยเจ้าของคาดว่าอาจเป็นเพราะกลิ่นงูติดตัว หลังจากที่งูฉี่ใส่ระหว่างต่อสู้จนมีกลิ่นติดไปทั้งตัว
ระหว่างนั้น เพื่อนบ้านในละแวกดังกล่าว ได้ออกมาช่วยกันตามหาเปอร์ ทำให้เจ้าของรู้สึกซาบซึ้งและมีกำลังใจขึ้นมา เพราะเป็นห่วงว่าแมวอาจได้รับอันตราย โดยเจ้าของระบุว่าเพิ่งได้ใช้ชีวิตอยู่กับเปอร์เพียง 4 เดือน ทำให้ความผูกพันมีมากจนไม่อยากคิดถึงการสูญเสียโดยไม่ได้ร่ำลา
.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Duangnapa Barrikut
หลังค้นหาตามพิกัดแล้วยังไม่พบ เจ้าของจึงกลับมาค้นหาที่บ้านอีกครั้ง ก่อนจะลองประเมินเส้นทางที่เปอร์อาจวิ่งหนีไป และเชื่อว่าพิกัดจาก Find My น่าจะเป็นตำแหน่งที่เปอร์อยู่จริง จึงกลับไปยังจุดเดิมอีกครั้ง คราวนี้มีเพื่อนบ้านในซอย 3 ออกมาช่วยกันเป็นจำนวนมาก โดยช่วยเรียกหาเปอร์และเปิดเสียงจาก AirTag ซึ่งได้ยินเสียง แต่ต้องเข้าใกล้มากจึงจะได้ยินอย่างชัดเจน
เมื่อมั่นใจว่าเปอร์น่าจะอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง แต่เจ้าของบ้านยังนอนหลับอยู่ พี่จุ๋มจึงช่วยโทรศัพท์ติดต่อให้ กระทั่งเจ้าของบ้านเปิดไฟและลงมาเปิดประตู เจ้าของจึงขอเข้าไปค้นหาอีกครั้ง ก่อนจะพบเปอร์ซ่อนอยู่บริเวณรั้วโมกข้างกำแพง เมื่อเห็นพวงหางสีขาว เจ้าของถึงกับน้ำตาไหล เพราะพบว่าเปอร์ยังปลอดภัย แต่ด้วยความตกใจและหวาดกลัว เปอร์กลับจำเจ้าของไม่ได้ และร้องขู่ฟ่อ ๆ เมื่อพยายามเข้าไปจับ
เจ้าของจึงพยายามหาวิธีจับเปอร์โดยไม่ให้วิ่งหนีอีก ก่อนตะโกนขอผ้าจากเพื่อนบ้านเพื่อใช้คลุมตัวแมว และได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านที่สละผ้าเช็ดตัวมาให้จับตัวเปอร์ได้สำเร็จ แต่ระหว่างคลายผ้าเพื่อห่อตัว เปอร์กลับหลุดหายไปอีกครั้ง เจ้าของจึงตั้งสติและส่องไฟค้นหาตามแนวรั้ว ก่อนพบว่ายังไม่ได้วิ่งหนีไปไหน คราวนี้จึงค่อย ๆ ใช้ผ้าพันตัวและกอดเอาไว้ พร้อมเรียกชื่อซ้ำ ๆ ว่า แม่เองนะ แต่เปอร์ยังคงจำไม่ได้และพยายามกัดเมื่อถูกจับตัว
กระทั่งป้าตู่ ซึ่งเป็นคนที่เปอร์คุ้นเคย เดินเข้ามาเรียกและลูบหัว ทำให้เปอร์จำกลิ่นและเสียงได้ จึงเริ่มสงบลง ก่อนจะค่อย ๆ จำเจ้าของได้ในที่สุด ทำให้ทุกคนที่ออกมาช่วยตามหาต่างดีใจที่ภารกิจสำเร็จ และได้พบว่าเปอร์ยังปลอดภัย เจ้าของจึงกล่าวขอบคุณเพื่อนบ้านทุกคน ก่อนพาเปอร์กลับบ้าน พร้อมรับปากว่าจะพาเปอร์กลับมาให้ทุกคนได้ชมอีกครั้งเมื่อหายตกใจ
.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Duangnapa Barrikut
เมื่อกลับถึงบ้าน เจ้าของตรวจดูบาดแผลของเปอร์ พบว่าโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง มีเพียงรอยเลือดซึมเล็กน้อยบริเวณหลัง 2 แผล และเล็บเท้าหลังฉีก จึงให้เปอร์พักอยู่ในบ้าน ส่วนเจ้าของเองต้องไปโรงพยาบาล เพื่อฉีดยาและทำแผล กว่าจะกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาประมาณตีหนึ่งกว่า ๆ
แต่เหตุการณ์ยังไม่จบ เพราะเมื่อกลับมาถึงบ้าน เปอร์กลับหายตัวและมุดไปซ่อนอีกครั้ง เจ้าของต้องออกตามหาและพบตัวในที่สุด ก่อนจะปลอบประโลมจนเปอร์เริ่มสงบลง และสามารถนอนได้ในเวลาประมาณตีสาม เจ้าของระบุว่า วันที่ 9 เดือน 9 ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์สุดระทึก แต่ยังโชคดีที่ทั้งเธอและเปอร์ปลอดภัย
พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคนที่เข้ามาช่วยเหลือ ทั้งพี่ตู่ที่ช่วยออกตามหา พี่ยูที่ช่วยเฝ้าบ้านระหว่างที่เจ้าของออกตามสัญญาณ AirTag พี่จุ๋มและเพื่อนบ้านซอยมณียาสาม รวมถึงน้อง ๆ ทั้ง 4 คนจากบ้านข้าง ๆ ที่ออกมาช่วยจัดการงู พร้อมขอบคุณโชคที่ยังเข้าข้าง ทำให้เปอร์แคล้วคลาดปลอดภัย เพราะหากเปอร์เป็นอะไรไป เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับความสูญเสียครั้งนี้ได้อย่างไร