พาณิชย์เตือนผู้ส่งออก รับมือสหรัฐฯ ขึ้นภาษีโดรน–ชิ้นส่วน กระทบต้นทุน–ราคา

Published on 11 ก.ย. 2026

วันนี้ (11 ก.ย.2569) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการกำหนดมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าระบบอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aircraft Systems : UAS) และส่วนประกอบของอากาศยานไร้คนขับ ภายใต้ Section 232 แห่ง Trade Expansion Act of 1962

ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ เนื่องจากสหรัฐฯ พึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ หากเกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ รวมถึงมีข้อกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางไซเบอร์ และข้อมูลรั่วไหลจากซอฟต์แวร์ของผู้ผลิตต่างประเทศ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมาย เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าระบบ UAS รวมถึงชิ้นส่วนจากต่างประเทศ และเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตภายในสหรัฐฯ อันจะเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและอุตสาหกรรมกลาโหม กระตุ้นการลงทุนและการจ้างงาน ตลอดจนส่งเสริมการย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐฯ (Onshoring) โดยบริษัทที่มีแผนสร้างหรือขยายโรงงานในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับอนุมัติจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ อาจได้รับสิทธิ์ให้นำเข้าสินค้าและอุปกรณ์การผลิตบางส่วน ในระหว่างการก่อสร้างโรงงาน โดยไม่ต้องชำระอากรเพิ่มเติม

สำหรับการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ประกอบด้วย สินค้าใน Annex I ภาษีร้อยละ 100 สำหรับอากาศยานไร้คนขับที่มีน้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุดมากกว่า 25 กิโลกรัม (กก.) อากาศยานไร้คนขับที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Imager) ฐานปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ (Docking Station) และชิ้นส่วนสำคัญบางประเภท (มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.2569)

พาณิชย์เตือนผู้ส่งออก รับมือสหรัฐฯ ขึ้นภาษีโดรน–ชิ้นส่วน กระทบต้นทุน–ราคา

พาณิชย์เตือนผู้ส่งออก รับมือสหรัฐฯ ขึ้นภาษีโดรน–ชิ้นส่วน กระทบต้นทุน–ราคา

สินค้าใน Annex II ภาษี25% สำหรับอากาศยานไร้คนขับ ที่มีน้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุดไม่เกิน 25 กก. (มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.2569) สินค้าใน Annex III ภาษี 25% สำหรับชิ้นส่วนบางประเภท ให้มีผลใช้บังคับอีก 180 วัน (ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.2570) เพื่อเปิดโอกาสให้มีการย้ายหรือเพิ่มการผลิตในสหรัฐฯ และ Annex IV ซึ่งเป็นเอกสารเทียบเคียงพิกัดศุลกากรปกติของสินค้าควบคุมใน Annex I–III กับพิกัดศุลกากรใน Harmonized Tariff Schedule of the United States Chapter 99 (ตอนสำหรับมาตรการชั่วคราวหรือพิเศษ) ที่ใช้เพื่อสำแดงในพิธีการศุลกากรขาเข้า ซึ่งผู้ประกอบการต้องตรวจสอบพิกัดดังกล่าวก่อนส่งออก

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังกำหนดอัตราภาษีพิเศษ รวมไม่เกิน 15% สำหรับสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ และไม่เกิน 10% สำหรับสหราชอาณาจักร หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด อย่างไรก็ดี ไทยไม่ได้ถูกระบุอยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับอัตราภาษีพิเศษดังกล่าว

พาณิชย์เตือนผู้ส่งออก รับมือสหรัฐฯ ขึ้นภาษีโดรน–ชิ้นส่วน กระทบต้นทุน–ราคา

พาณิชย์เตือนผู้ส่งออก รับมือสหรัฐฯ ขึ้นภาษีโดรน–ชิ้นส่วน กระทบต้นทุน–ราคา

สำหรับสถิติการส่งออกอากาศยานไร้คนขับ และชิ้นส่วนของไทย แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญ โดยตั้งแต่ปี 2566-2568 ไทยส่งออกอากาศยานไร้คนขับ ภายใต้พิกัด 8806 ไปยังสหรัฐฯ ปี 2566 มีมูลค่า 0.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2567 มีมูลค่า 3.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปี 2568 มีมูลค่า 8.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี ร้อยละ 232.82) และไทยส่งออกชิ้นส่วนไปยังสหรัฐฯ ภายใต้พิกัด 8807 ปี 2566 มีมูลค่า 75.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2567 มีมูลค่า 75.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปี 2568 มีมูลค่า 86.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโตเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 6.87) ซึ่งสะท้อนว่ามาตรการดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้กรมฯ ขอให้ผู้ประกอบการไทย ที่ส่งออกสินค้าเกี่ยวข้องกับ UAS รวมถึงชิ้นส่วนของอากาศยานไร้คนขับ ตรวจสอบรายการสินค้าใน Annex I–IV ให้ครบถ้วน เพื่อวางแผนลดผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการวางแผนด้านต้นทุนและราคาขาย

อ่านข่าว:

ส.อ.ท.ชงรัฐดัน E20–ซื้อสินค้าไทย เร่งเศรษฐกิจปลายปี เผย ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ส.ค.ลด

“ศุภจี” มั่นใจ 1 สัปดาห์ สรุปรายละเอียดผลเจรจาภาษีสหรัฐฯ

เร่งปิดดีล ART ไทย–สหรัฐฯ “ศุภจี” หวังลดภาษี รักษาขีดแข่งขันสินค้าไทย