
“อรอนงค์ ชัยธง” ซีอีโอแห่ง “พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์” ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ PROSPECT REIT ช่วงนี้คงยิ้มแก้มปริ เพราะเปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 3 กระแสตอบรับดีเกินคาด นักลงทุนแห่ให้ความเชื่อมั่นกับโครงการ BFTZ 4 ย่านบางปะกง มูลค่ารวมไม่เกิน 5,040 ล้านบาท ที่ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ EEC แถมมีพื้นที่ Free Zone กว่า 80% และอัตราการเช่าสูงถึง 96.8% พร้อมการันตีค่าเช่าพื้นที่ว่างนาน 2 ปี งานนี้ช่วยดันมูลค่าพอร์ตทะลุ 1.5 หมื่นล้านบาท พื้นที่เช่ารวมแตะ 7.5 แสน ตร.ม. และยืดอายุสิทธิการเช่าเฉลี่ยเป็น 28 ปี แถมล่าสุดปรับโมเดลจ่ายเงินปันผลเป็น “รายเดือน” เอาใจผู้ถือหน่วยให้มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ใครเล็งกองทรัสต์พื้นฐานแน่น ๆ งานนี้ต้องรีบหน่อย เพราะเปิดจองซื้อถึง 17 ก.ย. 2569 ที่ราคาเสนอขายสูงสุด 9 บาท/หน่วย ผ่าน SCB EASY และ 11 สถาบันการเงินชั้นนำ…บอกเลยว่า ของดีแบบนี้ ช้าแล้วอาจเสียดาย
“ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์” ประธานกรรมการ บลจ.กสิกรไทย (KAsset) และผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ช่วงนี้ขอพาเข้าสู่โลกลงทุนสีเขียวแบบล้ำ ๆ เมื่อ บลจ.กสิกรไทย จับมือ Lombard Odier สถาบันการเงินระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดงาน “Powering Intelligence: Green Investing in the Age of AI” เปิดเวทีเจาะลึกโอกาสลงทุนอย่างยั่งยืนในยุคที่ AI กำลังเร่งเครื่องเศรษฐกิจโลก งานนี้ขนผู้เชี่ยวชาญจาก Lombard Odier และ S&P Global Sustainable1 มาร่วมแชร์มุมมอง พร้อมผู้บริหารจาก AIS, GULF และ WHA เรียกว่าทั้ง AI ทั้ง Green มาเต็มแบบนี้ สะท้อนชัดว่า บลจ.กสิกรไทย เดินหน้าปลุกความรู้ด้านการลงทุนยั่งยืน และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้โลกไปพร้อมกัน
“ยิ่งยง เจียรวุฑฒิ” รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) ช่วงนี้มีข่าวดีมาเอาใจผู้ถือหน่วยกันอีกแล้ว หลังเตรียมจ่ายปันผลกองทุนภายใต้การบริหาร 2 กองทุน รวมมูลค่ากว่า 128 ล้านบาท นำโดยกองทุนเปิดอีสท์สปริง หุ้นทุน (ES-EQUITY) จ่ายปันผลรอบ 1 ปี ในอัตรา 1.20 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่าย 15 ก.ย. 2569 ไปเมื่อวานหมาด ๆ ขณะที่กองทุน ES-SETESG-ThaiESG-D เตรียมจ่ายปันผลรอบ 3 เดือน ในอัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย จ่าย 17 ก.ย. 2569 เรียกว่าผู้ถือหน่วยทั้งสายหุ้นไทยและสายลงทุนยั่งยืนรับทรัพย์กันถ้วนหน้า งานนี้ “อีสท์สปริง” จัดให้ทั้งผลตอบแทนและกระแสเงินสดแบบชื่นใจ…ผู้ถือหน่วยมีแต่ยิ้มรอรับปันผลกันเลยทีเดียว
“ก.ล.ต.” เปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการกำกับดูแลและเพิ่มเกราะคุ้มครองผู้ลงทุนให้แน่นขึ้น โดยครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดหน้าที่ผู้ขายหลักทรัพย์ที่ยังไม่ได้ถือครอง การรายงานข้อมูลผู้ถือหลักทรัพย์ที่แท้จริงจากผู้ให้บริการในต่างประเทศ ไปจนถึงการรายงานการก่อภาระผูกพันในหลักทรัพย์ที่มีนัยสำคัญ พร้อมเพิ่มมาตรการ “เบรก” ธุรกรรมชั่วคราว หากพบว่ามีลักษณะเอาเปรียบหรืออาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อผู้ลงทุนและประโยชน์สาธารณะ รวมถึงปรับปรุงมาตรการเกี่ยวกับการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและบทกำหนดโทษ งานนี้เรียกว่าจัดเต็มทั้งป้องกัน-ยับยั้ง-ลงโทษ หวังยกระดับความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดทุนไทย
ย่าหย๋า
Back to top button