เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2569 เวลา 10.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเท่ากับเวลาในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินจากโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย โรงแรมที่ประทับ ถึงยังอาคารสภาแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจตุรัสบาดิ่ญห์ กรุงฮานอย โดยนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วย นางโง เฟือง ลี ภริยา รอรับเสด็จ
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงพบเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา
โดยประธานาธิบดีกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ถวายการต้อนรับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี มีพระราชดำรัสตอบ ยินดีที่ได้มาเยือนตามคำทูลเชิญ และดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงพบเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา
โอกาสนี้ ทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณโถงกลาง อาคารสภาแห่งชาติ โดยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระดำเนินไปประทับที่หัวแถวคณะทางการฝ่ายเวียดนาม พร้อมด้วยภริยาประธานาธิบดี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพ พร้อมด้วย ประธานาธิบดี ทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ฝ่ายเวียดนามยิงสลุต 21 นัด
ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศกราบบังคมทูลรายงานและกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ โอกาสนี้ ทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ พร้อมด้วย ประธานาธิบดี
เมื่อสิ้นสุดการตรวจแถว กองทหารเกียรติยศได้กล่าวคำถวายพระพรชัยมงคลเป็นภาษาเวียดนามอย่างพร้อมเพียงกัน ว่า “จุ๊ก หญ่า วัว แขว่” มีความหมายว่า “ขอให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง”
โดยประธานาธิบดี ได้ทูลแนะนำคณะทางการฝ่ายเวียดนาม ประกอบด้วย นายเหวียน ซวี หง็อก ประธานคณะกรรมาธิการจัดการองค์กรส่วนกลาง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม นายเลือง ตาม กวาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคง นายเล หว่าย จุง รมว.ต่างประเทศ พลเอก เหวียน เติน เกือง รมช.กลาโหม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของฝ่ายเวียดนาม
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงพบเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา
นายธานี ทองภักดี รองราชเลขานุการในพระองค์ ฯ แนะนำคณะทางการฝ่ายไทย ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศ น.ส.อุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย, พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง พล.ร.อ.วีระศักดิ์ อ๊อกกังวาล และพล.อ.อ.เชษฐา เหมือนแก้ว ราชองครักษ์ประจำพระองค์ฯ โดยมีคณะทูตต่างประเทศสมาชิกอาเซียน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จตามธรรมเนียมปฏิบัติของฝ่ายเวียดนาม แล้วทอดพระเนตรการสวนสนามของกองทหารเกียรติยศ เดินสวนสนามออกจากโถงกลางบริเวณพิธี
เวลา 10.22 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพบ ประธานาธิบดีและภริยา ณ ห้องเฝ้า อาคารสภาแห่งชาติ และทรงมีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีและภริยา ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย.2569 โดยมีผู้บริหารระดับสูงฝ่ายไทยและฝ่ายเวียดนาม ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงพบเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา
โดยประธานาธิบดีกล่าวว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองประเทศร่วมเฉลิมฉลองวาระครบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม และนับเป็นครั้งแรกที่พระมหากษัตริย์ไทยได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติที่แนบแน่น จะนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของภูมิภาคอาเซียน
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงพบเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบขอบใจที่ให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิตอันอบอุ่น และยินดีที่ได้มาเยือนอีกครั้ง และเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะมีการพัฒนา และมีกิจกรรมความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายที่เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น และยั่งยืน ตลอดไป
ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับภริยาประธานาธิบดี โดยภริยาประธานาธิบดี กล่าวว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้ นับเป็นเกียรติประวัติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมความร่วมมือด้านศิลปะและวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัสตอบขอบใจที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
เวลา 11.13 น.พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเล มิง ฮึง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ห้องเฝ้า โดยมีผู้บริหารระดับสูงฝ่ายไทยและฝ่ายเวียดนาม ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
โดยนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กล่าวว่า พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม รัฐบาล และประชาชนชาวเวียดนามรอคอยการเสด็จพระราชดำเนินเยือนอย่างเป็นทางการ ซึ่งการเยือนในครั้งนี้ เป็นเครื่องยันยันถึงความสัมพันธ์ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน” ของทั้งสองประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบ ยินดีที่ได้กลับมาเยือน และชื่นชมที่ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ เชื่อว่าการเยือนในครั้งนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือที่มีอยู่ให้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น
เวลา 11.43 น. พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเจิ่น แทง เหมิน ประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ห้องเฝ้า โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองประเทศร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย โดยประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กล่าวว่ายินดีที่ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ โดยทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า ปลื้มใจกับการพัฒนาของประเทศเวียดนามที่มีความก้าวหน้า
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมที่ประทับ เป็นการเสร็จสิ้นพระราชกรณียกิจในช่วงเช้าของวันที่สอง ในการเสด็จพระราชดำเยินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ
อ่านข่าว :
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ เยือนเวียดนาม อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย.2569
ราชกิจจาฯ ประกาศปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น "น้ำมันดีเซล" 4 บาท 16 ก.ย.-31 ต.ค.69
เมื่อญี่ปุ่น "อายุยืน" แต่ประชากรลดลง คน 100 ปีทะลุแสน สวนทางเด็กเกิดใหม่
วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ดวล มองโกเลีย ศึกเอเชียนเกมส์ 2026 บ่าย 2 วันนี้