ศาลฎีการับคำร้อง “สว.สำรอง” ค้านมติ กกต. คดีฮั้วเลือก สว.

Published on 16 ก.ย. 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้รับคำร้องของกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำรอง ซึ่งนำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำที่ ลต.สว.21/2569 เพื่อพิจารณาต่อไป หลังกลุ่มผู้ร้องขอให้ตรวจสอบคำวินิจฉัยและมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว.

ทั้งนี้ การรับคำร้องดังกล่าวเป็นการรับเรื่องไว้ในสารบบเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล โดย ณ วันที่ 16 ก.ย. ศาลยังไม่มีคำสั่งเกี่ยวกับสาระของคำร้องหรือข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

การยื่นคำร้องมีขึ้นภายหลัง กกต. มีมติเกี่ยวกับสำนวนการไต่สวนคดีการเลือก สว. ซึ่งในบางข้อกล่าวหามีมติยกคำร้อง โดยเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ขณะที่กลุ่ม สว.สำรองเห็นว่าการพิจารณาพยานหลักฐานบางส่วนยังไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “โพย” ในกระบวนการเลือก สว.

พล.ต.ท.คำรบ ระบุว่า กลุ่มผู้ร้องเห็นว่ามีพยานหลักฐานและพฤติการณ์บางประการที่ควรนำมาพิจารณาเชื่อมโยงกัน และตั้งข้อสังเกตว่า การวินิจฉัยของ กกต. อาจให้น้ำหนักกับการพิจารณาความผิดเป็นรายบุคคลมากกว่าการตรวจสอบพฤติการณ์โดยรวมของกระบวนการเลือก สว.

นอกจากนี้ กลุ่ม สว.สำรองยังขอให้ศาลตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน โดยก่อนหน้านี้ได้ตั้งข้อสังเกตถึงกรณี กกต. มีมติดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้อง 77 ราย จากผู้ถูกร้องในสำนวนทั้งหมด 427 ราย และต้องการให้มีการตรวจสอบว่าพยานหลักฐานและความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้องได้รับการพิจารณาอย่างครบถ้วนหรือไม่

สำหรับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับ “โพย” พล.ต.ท.คำรบ อ้างว่าเอกสารที่กลุ่มผู้ร้องพบสะท้อนถึงการจัดทำอย่างเป็นกระบวนการ และเห็นว่าควรนำพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาประกอบกับหลักฐานอื่น อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็นข้อกล่าวอ้างของฝ่ายผู้ร้อง และศาลยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยในเนื้อหาคดี

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ร้องยังตั้งประเด็นเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. โดยเห็นว่าการพิจารณาความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกอาจมีมาตรฐานแตกต่างจากการพิสูจน์ความผิดทางอาญา และขอให้ศาลตรวจสอบการพิจารณาของ กกต. ในส่วนดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนหลังจากนี้ต้องรอการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งว่าจะมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้อง รวมถึงการไต่สวนหรือการเรียกพยานหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่ต่อไป

Back to top button