ไม่ลงสงครามตั๋วถูก ‘การบินไทย’ สภาพคล่องแน่น ลุยยกเครื่องฝูงบิน พร้อมคัมแบ็ก ‘ดานัง-อัมสเตอร์ดัม’ - Marketeer Online

Published on 17 ก.ย. 2026

การบินไทยไม่ลงแข่งสงครามตั๋วถูก แต่เลือกใช้สภาพคล่องที่แข็งแรงเป็นฐานเดินหน้าปรับธุรกิจ ทั้งยกเครื่องฝูงบิน 32 ลำ พร้อมขยายเครือข่ายรับไฮซีซัน และเตรียมกลับมาเปิดเส้นทางดานัง-อัมสเตอร์ดัม

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรกธุรกิจการบินยังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงราคาน้ำมันที่ผันผวน

อย่างไรก็ตาม การบินไทยยังมีกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ประมาณ 1,500 ล้านบาท และมี Cabin Factor เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80% ขณะที่บริษัทมีสภาพคล่องในระดับสูง ทำให้ไม่จำเป็นต้องเร่งลดราคาตั๋วเพื่อหาเงินสดในระยะสั้น

“เรามีสภาพคล่องที่ดี จึงไม่จำเป็นต้องลดราคาเพื่อเอาเงินสดระยะสั้น สิ่งที่เราต้องรักษาคือ Yield และรายได้ที่ยั่งยืน”

แนวทางนี้ทำให้โจทย์ของการบินไทยไม่ได้อยู่ที่การขายตั๋วให้ได้จำนวนมากที่สุด แต่คือการบริหารจำนวนที่นั่ง เส้นทาง และราคาขายให้สัมพันธ์กับ Demand เพื่อรักษารายได้ต่อเที่ยวบิน

🟥32 ลำ ยกเครื่อง Fleet ลดความซับซ้อน

การรักษา Yield เดินควบคู่กับการปรับฝูงบิน เพราะต้นทุนของสายการบินไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะราคาน้ำมัน แต่รวมถึงการซ่อมบำรุง อะไหล่ การฝึกอบรมบุคลากร และการบริหารเครื่องบินแต่ละประเภท

ปัจจุบันการบินไทยมีฝูงบินรวม 87 ลำ และอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างให้มีเครื่องบินหลักเหลือ 4 แบบ เพื่อให้การบริหาร Fleet มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หนึ่งในเครื่องบินที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นคือ Airbus A321neo ปัจจุบันมี 9 ลำ และจะเพิ่มเป็น 15 ลำภายในสิ้นปี 2569 จากแผนทั้งหมด 32 ลำ เพื่อรองรับเส้นทางระยะสั้นและระยะกลางในภูมิภาค

สาเหตุที่การบินไทยลงทุนปรับปรุงเครื่องบินและห้องโดยสาร เพราะต้องการยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันกับสายการบินอื่นได้ โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทมีความพร้อมด้านการเงินมากขึ้น

ที่ผ่านมาเครื่องบินบางส่วนถูกใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ได้ปรับปรุงภายในอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ประสบการณ์ของผู้โดยสารแตกต่างกันในแต่ละลำ การปรับปรุงครั้งนี้จึงมุ่งให้เครื่องบินมีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ทั้งที่นั่ง ระบบความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามา เช่น หน้าจอความบันเทิงขนาดใหญ่ WiFi และที่นั่งชั้นธุรกิจแบบมีประตู เพื่อรองรับความต้องการของผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียม

เป้าหมายสำคัญคือ ลดการพึ่งพาการลดราคาตั๋วเพื่อแข่งขัน และใช้คุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้และการเติบโตระยะยาว

🟥ดัน Hub กรุงเทพฯ เพิ่มเที่ยวบินรับไฮซีซัน

นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันการบินไทยมี 66 จุดหมายใน 31 ประเทศ รวม 998 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยวางสุวรรณภูมิเป็น Hub หลัก

โครงสร้างเครือข่ายแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ASEAN Structural Feeder ที่ใช้ A320 และ A321 รับผู้โดยสารจากอาเซียนเข้าสู่กรุงเทพฯ, Engine Traffic จากตลาดจีนและอินเดีย และ Continental & European Traffic ซึ่งเป็นตลาดระยะไกลไปยุโรป

ดังนั้น การบินไทยไม่ได้มองเฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางจากต้นทางถึงปลายทาง แต่รวมถึงผู้โดยสารที่ต่อเครื่องผ่านกรุงเทพฯ เช่น ยุโรป-กรุงเทพฯ-ออสเตรเลีย หรืออินเดีย-กรุงเทพฯ-จุดหมายอื่นในเอเชีย

บริษัทจึงใช้การจัดเที่ยวบินเป็นช่วง หรือ Flight Waves เพื่อให้เวลาต่อเครื่องเหมาะสมขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพของ Network

สำหรับตารางบินฤดูหนาว บริษัทเตรียมเพิ่มความถี่ในหลายตลาด โดยลาฮอร์และอิสลามาบัดจะให้บริการรายวัน ขณะที่ปักกิ่ง กวางโจว และเฉิงตูเพิ่มเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน

โดยตลาด CLMV จะเพิ่มเที่ยวบินในเกือบทุกจุดหมาย ส่วนตลาดยุโรปจะเพิ่มเที่ยวบินเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน ทั้งรอบเช้าและรอบดึก ขณะที่เมลเบิร์นเพิ่มจาก 7 เป็น 10 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และซิดนีย์เพิ่มจาก 7 เป็น 11 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

🟥คัมแบ็ก เส้นทางดานัง-อัมสเตอร์ดัม

นอกจากนี้ การบินไทยให้น้ำหนักกับเส้นทางที่มีทราฟฟิกผู้โดยสารสูงและสามารถเชื่อมต่อผู้โดยสารเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้ โดยเส้นทางอิสตันบูลและอัมสเตอร์ดัมถือเป็นจุดบินสำคัญที่บริษัทกลับมาให้บริการอีกครั้ง

แม้ช่วงแรกต้องเผชิญข้อจำกัดด้านสล็อตและภาวะตลาดที่ไม่ปกติ แต่เป็นเส้นทางที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และรองรับการต่อเครื่องผ่านกรุงเทพฯ

ขณะที่ตลาดเวียดนาม การบินไทยเตรียมกลับมาเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ–ดานัง ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนี้ ด้วยความถี่วันละ 2 เที่ยวบิน เพื่อรองรับการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในภาคกลางของเวียดนาม ทั้งดานัง ฮอยอัน เว้ และบานาฮิลล์

แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเครือข่ายเส้นทางบิน โดยเลือกตลาดที่มีดีมานด์และสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายของการบินไทยได้ แทนการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินโดยไม่ได้ดูศักยภาพของแต่ละเส้นทาง

🟥จาก Fleet ถึง Customer Experience

นอกจากการเพิ่มเครื่องบินและเส้นทาง การบินไทยยังปรับประสบการณ์บนเครื่องให้สอดคล้องกับการวางตำแหน่งแบรนด์มากขึ้น

สำหรับ A321neo นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า การออกแบบเริ่มตั้งแต่ Welcome Area ซึ่งเปรียบเสมือนโถงต้อนรับของโรงแรม โดยเชื่อมโยงดีไซน์กับโลโก้การบินไทยและแรงบันดาลใจจากประเทศไทย

Royal Silk Class สามารถปรับที่นั่งเป็นเตียงราบ 180 องศา ขณะที่ Economy Class ใช้เบาะรุ่นใหม่ และเพิ่มช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะขนาด Extra Large

องค์ประกอบหลักของห้องโดยสารประกอบด้วยระบบไฟที่ปรับสีและโทนตามช่วงเวลาของเที่ยวบิน ระบบ IFE และ Connectivity รวมถึง WiFi สำหรับผู้โดยสาร

ขณะเดียวกัน การบินไทยยังเดินหน้า Explorer Mascot เจาะกลุ่มเด็กอายุ 2-12 ปี ซึ่งมีประมาณ 300,000 คนต่อปี ผ่าน Kids Meal, Kids Bag, Passport Notebook, Sticker, Toy และ Blind Box

แนวทางนี้ทำให้การปรับธุรกิจของการบินไทยไม่ได้จบแค่การมีเครื่องบินใหม่ แต่ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกเครื่องบินให้เหมาะกับตลาด การเลือกเส้นทาง การบริหารราคาขาย ไปจนถึงประสบการณ์ของผู้โดยสาร

สำหรับการบินไทย เกมในระยะต่อไปจึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครขายตั๋วถูกที่สุด แต่เป็นการบริหารว่า เครื่องบินลำไหนควรบินเส้นทางไหน ขายที่นั่งในราคาเท่าไร และทำอย่างไรให้ผู้โดยสารกลับมาใช้บริการอีกครั้ง