
บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหุ้นไทยจำนวนมากเป็นธุรกิจครอบครัวครับ
ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ศึกษาบริษัทจดทะเบียน 843 แห่ง พบว่า 705 แห่งเข้าข่ายธุรกิจครอบครัว หรือ คิดเป็นราว 84%
ครอบครัวเหล่านี้ถือหุ้นกันหลายรูปแบบ
บางแห่ง สมาชิกถือหุ้นในชื่อตัวเอง
บางแห่ง ถือผ่านบริษัทที่ครอบครัวตั้งขึ้น
การดูว่าใครถือหุ้นอยู่จึงต้องตรวจหลายชั้น
ถ้าดูเฉพาะจำนวนบริษัท ภาพอาจยังไม่ครบ
ธุรกิจครอบครัวกลุ่มนี้มีมูลค่าหุ้นรวม 10.93 ล้านล้านบาท หรือ 54% ของมูลค่าหุ้นทั้งตลาด
บริษัทแต่ละแห่งมีขนาดต่างกัน
และกระจายอยู่ในหลายหมวดธุรกิจ
หมวดอาหารและเครื่องดื่มมี 57 บริษัทในการศึกษา
ทั้ง 57 แห่งเป็นธุรกิจครอบครัว
หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มี 54 จาก 58 บริษัท
ส่วนหมวดพาณิชย์มี 31 จาก 34 บริษัท
หลายแห่งทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่ใช้กันทุกวัน
นอกจากดำเนินกิจการแล้ว หลายครอบครัวยังเข้ามาระดมทุน
ช่วงปี 2559 ถึงกรกฎาคม 2569 มีธุรกิจครอบครัวเข้าตลาดผ่าน IPO 261 แห่ง จากบริษัทที่เข้าตลาดทั้งหมด 302 แห่ง มูลค่าระดมทุนรวมเกือบ 493,000 ล้านบาท
เข้าตลาดแล้ว บางแห่งก็ระดมทุนเพิ่ม
ช่วงปี 2559-2568 มี 301 บริษัททำเช่นนั้น
ได้เงินรวมกว่า 629,000 ล้านบาท
เงินทุนส่วนนี้นำไปใช้ในกิจการของบริษัท
ลองดูผลประกอบการปี 2568 กันบ้างครับ
ธุรกิจครอบครัวกลุ่มนี้มีรายได้รวม 9.75 ล้านล้านบาท คิดเป็น 56.48% ของรายได้บริษัททั้งหมดในการศึกษา
ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จ่ายรวมกัน อยู่ที่กว่า 165,000 ล้านบาท
อีกตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากคือ “การจ้างงาน”
บริษัทกลุ่มนี้มีพนักงานรวมราว 1.68 ล้านคน
ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลของบริษัท 705 แห่ง
แต่การเป็นธุรกิจครอบครัวไม่ได้บอกว่าหุ้นตัวไหนน่าซื้อ
ผู้ลงทุนยังต้องดูกำไร หนี้ และการบริหารของแต่ละบริษัท
เรื่องการเปลี่ยนผู้บริหารจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นก็ควรติดตาม
เพราะการตัดสินใจในบริษัทกระทบผู้ถือหุ้นทุกคน
ทั้งคนในครอบครัวและคนนอกครอบครัว
ผลศึกษานี้บอกชัดว่าธุรกิจครอบครัวมีอยู่ทั่วตลาดหุ้นไทย
มีทั้งบริษัทขนาดใหญ่และขนาดเล็ก และบริษัทที่เพิ่งเข้าตลาดและอยู่มาหลายปี
แต่ละแห่งมีเรื่องที่ต้องพิจารณาต่างกัน
นี่จึงเป็นกลุ่มบริษัทที่ผู้ลงทุนควรทำความรู้จักให้ดี
ส่วนวันศุกร์ที่ 25 กันยายนนี้ ตลท. เขามีการจัดงานสัมมนาธุรกิจครอบครัวแห่งปี “The 4th SET Annual Conference on Family Business” ภายใต้แนวคิด “แกร่งข้ามรุ่น เติบโตข้ามความไม่แน่นอน (Growth & Resilience in an Uncertain World)” นักลงทุนที่สนใจไปร่วมฟังกันได้ครับ