คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com
วันนี้มีเรื่องแปลก ๆ ในการบริหารคนแบบอิหยังวะ มาเล่าสู่กันฟังอีกแล้วครับ
ก็เรื่องการมาสายนี่แหละครับ
ผมว่า ทุกบริษัทจะมีข้อบังคับการทำงานที่พูดถึงเรื่องโทษทางวินัยเกี่ยวกับการมาสายอยู่แล้ว
เช่น การตักเตือนด้วยวาจา ถ้ายังมาสายซ้ำก็จะถูกตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีผลกับเรื่องเบี้ยขยัน หรือมีผลกับการขึ้นเงินเดือนประจำปี/จ่ายโบนัส การเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่ง ฯลฯ
จนกระทั่ง ถ้ามาสายผิดซ้ำคำเตือนอาจจะถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชยใด ๆ
แต่บริษัทแห่งนี้มาแปลกอีกแล้วครับท่าน !
คือบริษัทไปออกหลักเกณฑ์ว่า ถ้าพนักงานมาสาย 1 ชั่วโมงก็ให้เขียนใบลาพักร้อน 1 ชั่วโมง (สิทธิพักร้อน 1 วัน = 8 ชั่วโมง)
เรียกว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ในการลงโทษคนมาสาย ด้วยวิธีที่พอฟังแล้วผมได้แต่บอกว่า “อิหยังวะ” ก็ได้มั้งครับ
เพราะเป็นการเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันมาโยงเข้าเป็นเรื่องเดียวกันซะงั้น
เมื่อ HR บริษัทแห่งนี้ถามผมว่า “ทำอย่างนี้ได้ไหม”
ก็ได้แต่ตอบไปอย่างนี้ครับ
1.การมาสายเป็นเรื่องของความผิดทางวินัย เมื่อพนักงานทำความผิดทางวินัยก็ควรมีการดำเนินการทางวินัยตามข้อบังคับการทำงาน เช่น การตักเตือนด้วยวาจา, ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ฯลฯ ถ้าพนักงานฝ่าฝืนผิดซ้ำคำเตือนจนต้องเลิกจ้างก็ว่ากันไปในเรื่องของความผิดทางวินัย
2.การลาพักร้อน ถ้าจะพูดให้ถูกต้องคือ “วันหยุดพักผ่อนประจำปี” เป็นสิทธิของลูกจ้างที่นายจ้างจะต้องกำหนดให้ลูกจ้างหยุดล่วงหน้าหรือตามที่ตกลงกัน ไม่ใช่วันลาเหมือนกับลาป่วย ลากิจ ลาคลอดนะครับ ตามมาตรา 30 ก็บอกไว้ชัดเจนว่า เมื่อลูกจ้างทำงานครบ 1 ปี นายจ้างต้องกำหนดให้ลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงาน
แถมระเบียบของบริษัทต่าง ๆ มักระบุเอาไว้ด้วยว่า การลาพักร้อนจะต้องยื่นใบลาล่วงหน้า (เช่น 3 วันหรือ 5 วัน) ไม่ใช่เมื่อวานหายไปไม่มาทำงานแล้วโผล่มาวันนี้ก็มายื่นใบลาพักร้อนของเมื่อวาน
จะเห็นได้ว่า การมาสายกับการลาพักร้อนเป็นคนละเรื่องกันเลยนะครับ
แล้วบริษัทเอา 2 เรื่องที่ไม่เกี่ยวกันนี้มาโยงกันได้ยังไง ?
เหมือนเรากำลังดูหนังเรื่องขุนช้างกับขุนแผนกำลังแย่งตัวนางวันทองอยู่ดี ๆ แล้วกัปตันอเมริกาก็โผล่เข้ามาชิงตัวนางวันทองไปจากทั้งสองขุนทำนองนั้นแหละครับ
นี่ก็เหมือนกัน เมื่อพนักงานมาสาย 1 ชั่วโมง แต่บริษัทกลับไปให้พนักงานเขียนใบลาพักร้อนมา 1 ชั่วโมง
แทนที่จะถามว่าทำอย่างนี้ได้ไหม ?
ผมว่าฝ่ายบริหารควรกลับไปตั้งคำถามตัวเองดูอีกครั้งหนึ่งดีไหมครับว่า จะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ทำแล้วจะแก้ปัญหาการมาสายได้จริงหรือไม่
แล้วถ้าวันใดวันหนึ่งพนักงานไปฟ้องศาลแรงงานว่า บริษัทไม่ได้ทำตามมาตรา 30 ทำให้เขาไม่ได้รับสิทธิการหยุดพักผ่อนประจำปี ขอให้บริษัทจ่ายค่าพักร้อนคืนกลับให้เขา เพราะบริษัทบังคับให้เอาไปหักกับเวลามาสาย
บริษัทจะไปตอบศาลว่ายังไง ?
ได้แต่บอกให้ HR ไปให้คำแนะนำฝ่ายบริหารให้คิดวิเคราะห์แยกแยะเหตุและผลตามที่ผมบอกไปข้างต้นนี้แหละครับ
ถ้าฝ่ายบริหารรับฟังก็ยังพอจะแก้ไขให้กลับมาปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อแก้ปัญหาการมาสายให้ตรงจุดได้
แต่ถ้าไม่ฟังและยังยืนยันจะเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันมาโยงเข้าด้วยกันอย่างนี้ต่อไป ก็คงเหมือนกับการวางกับระเบิดไว้ในบริษัทที่รอวันเกิดปัญหาในอนาคตแหละครับ