ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบส่วนใหญ่ วิตกบอนด์ยีลด์พุ่ง-เฟดเดินหน้าขึ้นดบ.

Published on 24 ก.ย. 2026

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (24 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ ในวันนี้

  • ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 65,883.41 จุด เพิ่มขึ้น 864.46 จุด หรือ +1.33%
  • ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 24,704.75 จุด ลดลง 129.37 จุด หรือ -0.52%
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,900.00 จุด ลดลง 36.52 จุด หรือ -0.93%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.80%
  • ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการวันนี้ เนื่องในเทศกาลชูซอก


ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยเอสแอนด์พี โกลบอล ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือนก.ย.ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 58.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี จากระดับ 56.0 ในเดือนส.ค.

การพุ่งขึ้นของดัชนี PMI ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี และเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนหน้า

เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 77% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. และให้น้ำหนักมากถึง 95% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.

นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน และปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มทางการค้าระหว่างสองประเทศ

สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดนั้น สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธ (23 ก.ย.) ว่า สหรัฐฯ และจีนได้ตกลงที่จะขยายระยะเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน จนถึงวันที่ 10 ม.ค. 2570 จากเดิมที่กำหนดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 10 พ.ย.ปีนี้

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียรายงานว่า อัตราว่างงานของออสเตรเลียปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.6% ในเดือนส.ค. จากระดับ 4.5% ในเดือนก.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 4.5%

ทั้งนี้ อัตราว่างงานปรับตัวขึ้น แม้ว่าตัวเลขจ้างงานพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งก็ตาม โดยตัวเลขจ้างงานในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 39,500 ตำแหน่ง มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 20,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 67.1% ในเดือนส.ค. จากระดับ 66.9% ในเดือนก.ค.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข