ศาลปกครองกลาง อ่านคำพิพากษาคดี นพ.สรณ ร้อง คำสั่งคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่วินิจฉัยว่ามีลักษณะต้องห้าม ถือว่าสละสิทธิ์ กสทช.ชี้เป็นคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย จึงให้ยกฟ้อง
ศาลปกครองกลางนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกเวลา 11.00 น. ก่อนอ่านคำพิพากษา 15.00 น. ในคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 ระหว่าง ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ผู้ฟ้องคดี กับ คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี
คดีนี้ นพ.สรณยื่นฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เรื่องการพิจารณาคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามของประธาน กสทช. ซึ่งมีมติวินิจฉัยว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. และประธาน กสทช. มาตั้งแต่ต้น
เมื่อเวลาประมาณ 15.50 น. ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง คดีที่ นพ.สรณ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ซึ่งศาลเห็นว่ากระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งในเรื่องอำนาจของคณะกรรมการ องค์ประชุม และขั้นตอนการเปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดีชี้แจงหรือโต้แย้งในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่แพทย์
ศาลเห็นว่าการที่ นพ.สรณรับค่าตอบแทนรายชั่วโมงจากการปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ ทำให้มีสถานะเข้าลักษณะเป็นลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ และเป็นลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
ดังนั้น คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ 1/2569 ซึ่งวินิจฉัยว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง จึงชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องในชั้นนี้ ยังไม่ถือว่าคดีถึงที่สุดทันที เนื่องจากผู้ฟ้องคดียังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุดได้ โดยกฎหมายกำหนดให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองชั้นต้นที่มีคำพิพากษาภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีคำพิพากษา หากไม่ยื่นภายในกำหนด คดีจึงจะถึงที่สุดตามกฎหมาย
