
คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
FB : @Pitsanuofficial
การมีภรรยาขี้บ่นหรือจู้จี้จุกจิก ช่วยให้สามีมีสุขภาพดีขึ้นและมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานน้อยลง
เป็นงานวิจัยจาก Michigan State University ในปี 2016 ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพชีวิตคู่ (Marital Quality) และโรคเบาหวาน
ศ.ดร.ฮุย หลิว (Hui Liu) ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้วิจัย วิเคราะห์ข้อมูลสำรวจจากคู่แต่งงาน 1,228 คู่ ที่มีอายุระหว่าง 57-85 ปี ติดตามผลเป็นระยะเวลา 5 ปีเพื่อหาคำตอบให้กับความเชื่อเดิมที่ว่า ความสัมพันธ์แย่ๆ หรือชีวิตคู่ที่มีปัญหา ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
ผลการศึกษาพบมุมมองที่น่าสนใจ คือการบ่นจุกจิกของภรรยาช่วยสามีในการลดความเสี่ยงและคุมโรคได้ดีขึ้น
พบว่า สามีที่อยู่ในชีวิตคู่ที่มีปัญหา มีบรรยากาศความขัดแย้ง หรือถูกภรรยาบ่นและดุว่า กลับมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานลดลง และหากป่วยเป็นโรคเบาหวานแล้ว ก็มีโอกาสในการควบคุมหรือรักษาโรคได้ประสบความสำเร็จมากกว่า
สําหรับเหตุผลนั้น นักวิจัยอธิบายว่า ภรรยาที่มีความกังวลหรือหงุดหงิดมักจะคอยควบคุม กำกับดูแล และตักเตือนพฤติกรรมสุขภาพของสามี เช่น ห้ามทานของหวาน คอยเตือนให้หมั่นออกกำลังกาย หรือดูแลสุขภาพ
แม้สามีจะมองว่าภรรยาขี้บ่นน่ารำคาญ และสร้างความตึงเครียดในบ้าน แต่สิ่งนี้กลับส่งผลดีต่อสุขภาพกายในระยะยาว
ส่วนภรรยาที่มีชีวิตคู่ที่มีความสุข จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานต่ำกว่าในอีก 5 ปีต่อมา
เหตุผลก็เพราะผู้หญิงมีความอ่อนไหวต่อคุณภาพของความสัมพันธ์มากกว่า หากภรรยามีความสุขในชีวิตคู่ จะส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายโดยรวมอย่างชัดเจน
ในกลุ่มผู้สูงอายุ การที่ภรรยาคอยบ่นหรือจุกจิกเรื่องการกินและการใช้ชีวิต แม้จะสร้างความน่ารำคาญใจให้สามี แต่งานวิจัยเรียกว่า “Sometimes, nagging is caring” หรือบางครั้งการบ่นก็คือความห่วงใย
แต่คณะผู้วิจัยเตือนว่า แม้การบ่นของภรรยาจะช่วยให้สามีอายุยืนและสุขภาพดี แต่หากมีการบ่นหรือกดดันที่มากไป อาจกลายเป็นความเครียดสะสมในชีวิตคู่ และจบด้วยการหย่าร้างได้
ในปี 2015 มีรายงานการศึกษาน่าสนใจโดย Yale School of Public Health ในสหรัฐอเมริกา
พบว่า ภรรยาที่สามีอยู่ในช่วงวัย 60 กว่าและเข้าฟิตเนสออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาเป็นประจำ มีโอกาสประสบอาการซึมเศร้าน้อยกว่าภรรยาที่สามีวัย 60 กว่าๆ ที่ไม่ได้เข้าฟิตเนสออกกำลัง หรือเล่นกีฬาเป็นประจำ แม้ตัวภรรยาจะไม่ได้ออกกำลังเป็นประจำเหมือนสามี แต่ภรรยาก็มีความสุข
นักจิตวิทยาของ Yale School of Public Health ทำการสำรวจคู่สามีภรรยากว่า 1,200 คู่ เฝ้าดูระดับการใช้พลังงานทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน หรือ Physical Activity Level (PAL) และความเสี่ยงต่อการ
เกิดอาการซึมเศร้า ในช่วงเวลากว่า 10 ปี
พบว่า สามีที่ออกกำลังกายเป็นประจำช่วยส่งผลในแง่บวกต่อสภาพจิตใจของภรรยา และยังทำให้ตัวสามีเกิดอาการซึมเศร้าน้อยลงด้วย
อย่างไรก็ตาม การที่ภรรยาออกกำลังกายสม่ำเสมอไม่ได้ช่วยส่งผลต่อสภาพจิตใจของสามีอย่างชัดเจนนัก
เหตุผลนั้น คณะผู้ศึกษาวิเคราะห์ว่า ภรรยามีความอ่อนไหวในเรื่องความรู้สึกของสามี หากสามีออกกำลังกายแล้วมีความสุข ภรรยาก็สุขด้วย
นอกจากนี้ ภรรยามักจะออกกำลังตามสามี เล่นกีฬาประเภทที่สามีชอบเล่น เพราะภรรยาให้ความสำคัญกับความมั่นคงในชีวิตคู่ ส่วนสามีนั้นมักจะทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบเป็นหลัก
พูดง่ายๆ สามีนึกถึงตัวเองมากกว่ารักภรรยา ส่วนภรรยานึกถึงสามีมากกว่าตัวเอง
เหมือนสามีภรรยาคนไทยส่วนใหญ่เลย