วันนี้ (5 ตุลาคม) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ เดินทางเข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ที่ปรากฏภาพสวมใส่นาฬิกาหรูซึ่งคาดว่าเป็นยี่ห้อ Rolex รุ่น Cosmograph Daytona มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท ว่านาฬิกาดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของผู้ใด และได้มีการแจ้งไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ หากเป็นทรัพย์สินที่ต้องแจ้งแต่ไม่ได้แจ้ง จะเข้าข่ายจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งหรือไม่
นรเศรษฐ์ระบุว่า ได้รวบรวมหลักฐานเป็นภาพถ่ายการสวมใส่นาฬิกาดังกล่าวในหลายช่วงเวลา ได้แก่ วันที่ 20 มกราคม, 30 มกราคม, 4 กุมภาพันธ์, 6 กุมภาพันธ์ และ 9 กุมภาพันธ์ 2569 รวมถึงภาพที่ถ่ายร่วมกับ ชัยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำส่งให้ ป.ป.ช. พิจารณาประกอบการตรวจสอบแล้ว
นรเศรษฐ์ประเมินถึงกรณีที่อาจมีการชี้แจงว่านาฬิกาเป็นของบุคคลอื่นและนำมาให้ยืม โดยมองว่าต้องพิจารณาตามแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าข้อเท็จจริงหากเป็นการยืมมาใช้ จะมีภาระหนี้หรือหน้าที่ต้องคืนทรัพย์สินและต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ ซึ่งได้นำคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องส่งให้ ป.ป.ช. ประกอบการพิจารณาด้วย
ส่วนกรณีที่อาจอ้างว่าซื้อภายหลังจากยื่นบัญชีทรัพย์สินไปแล้วนั้น มองว่ายังมีประเด็นต้องตรวจสอบ เนื่องจากมีภาพการสวมใส่ในช่วงใกล้การเลือกตั้ง (4, 6 และ 9 กุมภาพันธ์ 2569) จึงเป็นคำถามว่าหากเพิ่งซื้อภายหลัง เหตุใดจึงเข้ามาอยู่ในความครอบครองและถูกสวมใส่ในช่วงเวลาดังกล่าวได้
นอกจากนี้ หากระบุว่าเป็นนาฬิกาเลียนแบบ ก็ควรมีการตรวจสอบตัวเรือนเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ซึ่งหากเป็นของเลียนแบบจริง อาจมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องหมายการค้าและประเด็นด้านจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมา
สำหรับกรณีที่มีข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์พาดพิง ไทหยาง ซาง สามีของสุชาดา ซึ่งเป็นนักลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีชาวออสเตรเลีย ว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บไซต์พนันฟุตบอล ทนายนรเศรษฐ์ระบุว่า ตนเห็นข้อมูลดังกล่าวแล้วแต่ยังไม่ได้ลงไปตรวจสอบรายละเอียด หากข้อมูลมีมูลความจริง ควรนำไปยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช. หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง
ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการกฎหมาย สิทธิมนุษยชนและการยุติธรรม มีแนวทางเชิญสามีของสุชาดามาให้ข้อมูลนั้น ตามกฎหมายกรรมาธิการมีอำนาจเชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริงได้หากเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดโทษทางอาญาสำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่เดินทางมาให้ข้อมูลก็ตาม
นรเศรษฐ์ชี้แจงสาเหตุที่เข้ายื่นเรื่องในวันนี้ว่า ตนเพิ่งทราบข่าวและไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับสุชาดา หลังจากติดตามข้อมูลและตรวจสอบไทม์ไลน์ภาพที่ปรากฏ จึงนำข้อมูลมาให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบ ซึ่งการยื่นเรื่องครั้งนี้มุ่งตรวจสอบเฉพาะกรณีนาฬิกาเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้ขาดล่วงหน้าว่าผู้ใดกระทำความผิด สำหรับประเด็นอื่นๆ ขอรอติดตามผลการประชุมของคณะกรรมาธิการฯ ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมและมีเหตุอันควรตรวจสอบ ก็อาจพิจารณายื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป