สังคมข่าวหุ้น

Published on 8 ต.ค. 2026

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดร่วง 14.02 จุด มาที่ 1,570.61 จุด แต่ถือว่ายังไม่หลุดแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1,560-1,550 จุด เพราะหากร่วงลงมาต่ำกว่านี้ ในทางเทคนิคถือว่า “กราฟเสียทรง” ทำให้มีโอกาสลงลึกลงไปอีกที่ 1,530 จุด หรือเผลอ ๆ จะมาที่ 1,500 จุด ได้ ส่วนดัชนีเป้าหมายที่แต่ละโบรกฯ ให้กันไว้อย่างหรูหราหมาเห่า 1,600/1,650/1,700 จุด น่าจะเป็นเพียงแค่ความฝันล่ะ

ประเด็นที่ต้องจับตาคือแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติหรือฟันด์โฟลว์ที่วานนี้ขายออกมาอีก 6,361 ล้านบาท ทำให้ยอดขายเดือน ต.ค.ขายสุทธิรวม 13,803 ล้านบาท ต่อจากเดือน ส.ค.ขายสุทธิประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท เดือน ก.ย.ขายสุทธิ 2.65 หมื่นล้านบาท แต่หากนับจากต้นปี 2569 มาจนถึงวานนี้ ต่างชาติคงเหลือซื้อสุทธิเพียง 11,306 ล้านบาท เท่านั้น จากเดิมหรือในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ยังมียอดซื้อคงค้างมากถึง 7-8 หมื่นล้านบาท

แบงก์กรุงไทย หรือ KTB ราคาที่ลงมาบริเวณ 41.50-41.75 บาท เป็นระดับที่น่าสะสม เริ่มต้นเข้าไม้แรกได้ที่ราคาดังกล่าว เพราะในด้านพื้นฐานหากอ้างอิงจากข้อมูลของนักวิเคราะห์หลายโบรกเกอร์ต่างมองตรงกันว่า นี่คือหุ้นแบงก์ที่แกร่งสุดในปฐพีแล้ว หรืออาจจะเป็น บจ.ที่แกร่งเป็นอันดับต้น ๆ ในตลาดหุ้นไทยเลย ความเสี่ยงเอ็นพีแอลต่ำ เพราะหนี้ส่วนใหญ่เป็นภาครัฐ ส่วนรายย่อยเป็นคนของภาครัฐเช่นกัน รวมถึงมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินเข้าบัญชีของกรุงไทย เงินกองทุนแกร่ง ปันผลสูง

หุ้นซีพี ออลล์ CPALL ดูกราฟแล้วเหมือนราคาเริ่มออกข้าง แกว่งตัวไซด์เวย์ จากแรงขายของนักลงทุนสถาบันที่อาจจะเริ่มสะเด็ดน้ำ ประกอบกับเริ่มเห็นการ “ซื้อกลับ” บ้างแล้ว แต่จะเป็นการเข้าซื้อเพื่อประคองราคา แล้วขายต่อหรือเปล่า คงต้องรอดูอีกซัก 1 สัปดาห์นั่นแหละ แต่ระดับราคาหุ้นที่น่าจะปลอดภัยจริง ๆ ต่อการเข้าซื้อ ควรไปปูเสื่อนั่งรอที่บริเวณ 40.50 บาท

บัตรกรุงไทย KTC ราคาหุ้นยืนโดดเด่นแบบท้าทายมาก ๆ ชาวบ้านเขาร่วงกันระนาว แต่เคทีซีบวกสวนซะงั้น วานนี้ปิด +0.50 บาท มาที่ 35.00 บาท ราคาหุ้นเริ่มกลับตัวแล้ว หลังจากลงมาจากระดับ 38.00 บาท ก้อนหน้านี้ แล้วร่วงลงมาลึกถึง 33.25 บาท การผงกหัวรอบล่าสุดนี้มีแนวต้านอยู่ที่ 37.50 บาท ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3/2569 บรรดานักวิเคราะห์ยังคงซูฮกให้เป็นหุ้นเด่นกลุ่มไฟแนนซ์ กำไรสุทธิจะออกมาดี หนี้เสียยังสามารถคุมได้ต่ำกว่า 2% และกำไรของปี 2569 จะยังคงทำสถิติสูงสุดต่อไป เช่นเดียวกับอัตราการจ่ายเงินปันผล ที่มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเพิ่มเปย์เอาท์เรโชขึ้นได้อีก*

วานนี้หุ้นบ้านปู BANPU ปิดพุ่ง 4.90% หรือบวก 0.70 บาท มาที่ 15.00 บาท มูลค่าซื้อขายมากกว่า 1 พันล้านบาท หลังได้เข้าทำสัญญาซื้อขายอุปกรณ์มูลค่า 800 ล้านเหรียญ เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ถึง 1,200 MW คาดว่าเพื่อรองรับสัญญา PPA กับผู้ประกอบธุรกิจ Data Center ขนาดใหญ่ (Hyperscale) ทำให้โบรกฯ อาจจะมีการ Re-Rating ราคาเป้าหมายของบ้านปูขึ้นมาอีก ส่วนในระยะสั้น ราคาหุ้นอาจจะย่อตัวลงมาบ้าง เพราะขึ้นมาแรงและเร็วเกินไป

คาเฟอีน

Back to top button