นายกฯ ย้ำภาคใต้พร้อมรับมือน้ำหลาก ส่งรัฐมนตรีดูแลพื้นที่เสี่ยง

Published on 12 ต.ค. 2026

วันนี้ (12 ต.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังการแจ้งพักประชุมกองบัญชาการป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ว่า การดำเนินงานไม่ได้หมายถึงการพักการติดตามสถานการณ์อย่างแท้จริง

โดยในสัปดาห์นี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยโดยรวมเริ่มเข้าใกล้ภาวะปกติ เหลือพื้นที่ประสบภัยเพียงบางจุด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากสภาพภูมิประเทศ

ส่งรัฐมนตรีร่วมดูแลพื้นที่เสี่ยงภาคใต้

สำหรับการเตรียมรับมืออุทกภัยในภาคใต้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า มีรัฐมนตรีรับผิดชอบร่วมกัน 3 คนเพื่อประสานงานและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ได้แก่

  1. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม
  2. นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม
  3. นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ต.ค.2569 ได้ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้ โดยทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งแผนเผชิญเหตุและสิ่งจำเป็นสำหรับรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

เมื่อถูกถามถึงจังหวัดที่ยังน่าเป็นห่วง นายกรัฐมนตรีระบุว่า พื้นที่เฝ้าระวังยังเป็นจังหวัดที่ประสบปัญหาเป็นประจำ ได้แก่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงนราธิวาส ซึ่งต้องระวังน้ำหลาก ตลอดจน จ.สงขลา พัทลุง สตูล และตรัง ที่มีสถานการณ์เกี่ยวกับน้ำเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ

รัฐบาลจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาและเตรียมมาตรการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.สงขลา ซึ่งมีการยกระดับแนวทางป้องกันน้ำท่วมหลายด้าน ทั้งการขุดลอกคูคลอง การเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ และการเพิ่มเส้นทางระบายน้ำออกสู่ทะเลสาบสงขลา เพื่อช่วยให้น้ำไหลออกจากพื้นที่ได้สะดวกขึ้น

คลอง ร.1 ได้งบกลางกว่า 700–800 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงโครงการปรับปรุงคลอง ร.1 ใน จ.สงขลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำว่า รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางสำหรับดำเนินการแล้วประมาณ 700–800 ล้านบาท โดยความคืบหน้าของโครงการเป็นไปด้วยดี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า โครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จทันฤดูน้ำหลากหรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่า ต้องดำเนินการให้ทัน เนื่องจากเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำ พร้อมระบุว่าได้รับรายงานว่าการดำเนินงานคืบหน้าไปมาก และกรมชลประทานกำลังติดตามโครงการอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ รัฐบาลยังต้องติดตามสถานการณ์ในจังหวัดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเร่งปรับปรุงระบบระบายน้ำและเตรียมแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถรับมือกับน้ำหลากและลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที

อ่านข่าว :

"ชัยชนะ" ทวงรัฐบาลกำหนดวันซักฟอก ซัดเลิกแขวะเป็นเรื่อง "บันเทิงธิปไตย"

ศาลอาญาเลื่อนฟังคำสั่งคดี 39 แกนนำ กปปส.ชุมนุมขับไล่รัฐบาล

มวลน้ำหลากทะลักซ้ำ "เนปาล" พัดสิ่งปลูกสร้าง-สูญหาย 5 คน