“ก.ล.ต.” ชูแนวทางกำกับตลาดทุนยืดหยุ่น รับมือความเสี่ยงการเงินโลกยุคใหม่

Published on 17 ต.ค. 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้าร่วมเสวนาในเวที Toronto Centre Executive Panel หัวข้อ “Under Pressure: Building Resilient Financial Systems in a Fragmenting World” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ร่วมกับผู้แทนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก (World Bank) และ Toronto Centre เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569

โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบจากเทคโนโลยีและความเชื่อมโยงของระบบการเงิน ซึ่งทำให้ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ขยายตัวเป็นวงกว้าง และส่งผ่านไปยังภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงข้ามพรมแดนมากขึ้น

เลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า ความเสี่ยงในปัจจุบันอาจไม่ใช่ความเสี่ยงใหม่ทั้งหมด แต่เป็นความเสี่ยงเดิมที่เกิดขึ้นและแพร่กระจายในรูปแบบใหม่ จากบทบาทของเทคโนโลยี ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และความเชื่อมโยงของตลาด ดังนั้น การรับมือจึงต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยง (Resilience) ทั้งด้านความต่อเนื่องของระบบและการป้องกันไม่ให้ความเสียหายลุกลาม

สำหรับแนวทางการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. มุ่งเน้นการกำกับดูแลที่ยืดหยุ่นและอาศัยความร่วมมือ (Adaptive and Collaborative Supervision) โดยสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้ลงทุนกับการสนับสนุนนวัตกรรม พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นและทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคธุรกิจตั้งแต่ระยะแรก เพื่อทำความเข้าใจเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจใหม่

ทั้งนี้ จากประสบการณ์ของประเทศไทยในการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน พบว่า การแปลงสินทรัพย์ทางการเงินให้อยู่ในรูปโทเคน (Tokenization) สามารถช่วยลดต้นทุน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึง และเพิ่มประสิทธิภาพของตลาดได้ อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ดังกล่าวจะเห็นได้ชัดเมื่อมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย

ขณะที่ในช่วงเริ่มต้น ปริมาณการใช้งานยังมีน้อย ส่งผลให้ต้นทุนยังสูงและไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจ ก.ล.ต. จึงจำเป็นต้องมีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดนวัตกรรม ควบคู่กับการเรียนรู้จากการนำไปใช้งานจริง เพื่อกำหนดแนวทางการกำกับดูแลได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตลาดไทย ควบคู่กับการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ในการกำกับดูแล รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพให้ผู้ลงทุนสามารถป้องกันตนเองได้

ขณะเดียวกัน ยังส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนความร่วมมือในระดับสากลและภูมิภาค ผ่านคณะกรรมการระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกขององค์การคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ระหว่างประเทศ (IOSCO APRC) และการประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุนอาเซียน (ASEAN ACMF) เพื่อรับมือกับความเสี่ยงข้ามพรมแดน และสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน

Back to top button