
Technical Time-Out | SearchSri
ดูเหมือนว่าเรื่องราวของสองแข้งซูเปอร์สตาร์ระดับตำนานของวงการลูกหนังยุคปัจจุบันอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ว่าเมื่อไรก็มักมีประเด็นให้ถูกเอ่ยถึงคู่ขนานกันไปเสมอ
ไม่เว้นแม้แต่ในช่วงปลายชีวิตการค้าแข้งของทั้งคู่ขณะนี้
เมื่อเร็วๆ นี้ ในค่ำคืนเดียวกับที่เมสซี่ในวัย 39 ปี ลงสนามนัดสุดท้ายในนามทีมชาติอาร์เจนตินา ที่สนามโมนูเมนตัล กรุงบัวโนสไอเรส บ้านเกิด โดยมีแฟนบอลกว่า 85,000 คน เข้าไปร่วมแสดงความขอบคุณและอำลา
โรนัลโด้วัย 41 ปี ก็เกิดประเด็น “ดราม่า” กับกุนซือทีมชาติโปรตุเกสถึงขั้นเจ้าตัวออกแถลงการณ์ร่ายยาวหลายหน้ากระดาษ


กรณีของโรนัลโด้เป็นประเด็นคุกรุ่นมาก่อนร่วมสัปดาห์ เมื่อเขาออกจากแคมป์ทีมชาติอย่างกะทันหัน โดยมี “วงใน” อ้างว่า โรนัลโด้ไม่พอใจที่ ชอร์เก้ เชซุส กุนซือทีมชาติคนใหม่ จับเขาเป็นตัวสำรองและไม่ส่งลงสนามในเกมยูฟ่า เนชั่นส์ลีก กับนอร์เวย์
เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมเยือนเดนมาร์ก จึงโมโหและออกจากแคมป์ทันที แม้ว่าคีย์แมนสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสจะพยายามอย่างหนักที่จะหว่านล้อมให้เขากลับเข้าแคมป์ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม โรนัลโด้ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียอธิบายว่า เรื่องจริงๆ ไม่ได้เป็นอย่างข่าวลือ
ประเด็นคือเขาสนับสนุนการเลือกเชซุสมาคุมทีมชาติตั้งแต่จบฟุตบอลโลก 2026 โดยได้คุยกันก่อนเบรกทีมชาติที่ผ่านมา เดิมเชซุสจะให้โรนัลโด้ลงเล่นเฉพาะเกมเหย้าที่โปรตุเกส 2 นัด โดยไม่ต้องเดินทางร่วมทีมไปเกมเยือนนอร์เวย์และเดนมาร์ก แต่โรนัลโด้บอกว่าเขาเป็นกัปตันทีม ไม่ควรมีสิทธิพิเศษ เชซุสเห็นด้วย
โรนัลโด้อ้างว่า ก่อนเกมกับนอร์เวย์ เขาโดนเรียกไปคุย เชซุสบอกให้ลงเล่น 30 นาที ผิดข้อตกลง เพราะเขาก็ไม่ได้เตรียมตัวมาแข่ง แต่ก็ตอบโอเคไป และลงไปวอร์มก่อนครึ่งหลัง แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ลงเล่น พอมาคุยกันภายหลัง โรนัลโด้ยื่นคำขาดให้เชซุสชี้แจงเรื่องนี้กับสื่อ แต่เชซุสไม่พูด โรนัลโด้มองว่าโดนผิดคำพูดแล้ว 2 ครั้ง จึงออกจากแคมป์ทันที
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่านี่เป็นการแสดงออกที่ไม่ถูกต้อง และได้กล่าวขอโทษเพื่อนร่วมทีมกับแฟนบอลชาวโปรตุกีส โดยยืนยันพร้อมรับโทษตามระเบียบ โดยไม่ต้องมีสิทธิพิเศษใดๆ แต่ยืนยันว่าจะยังไม่อำลาทีมชาติตราบใดที่รู้สึกว่าตัวเองยังไหว


แถลงการณ์ของโรนัลโด้ปล่อยออกมาหลายชั่วโมงก่อนเมสซี่จะลงสนามเกมอำลาทีมชาติ ซึ่งเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนบอล และยังทิ้งทวนด้วยการทำประตูได้ด้วย
เมสซี่กล่าวสุนทรพจน์อำลาแฟนบอลฟ้า-ขาวนานเกือบ 10 นาที โดยลูกชาย และเพื่อนร่วมทีมหลายคนร่วมหลั่งน้ำตาไปด้วย
เมสซี่บอกว่าเขาจากทีมไปด้วยความภาคภูมิใจ ความสงบ รวมถึงการระลึกถึงคุณพ่อผู้ล่วงลับซึ่งเคยยืนเคียงข้างเขามาตลอด
แม้บทสรุปของเมสซี่ในฟุตบอลโลก 2026 ที่ผ่านมาจะไปไม่สุดทาง เมื่ออาร์เจนตินาแพ้สเปนในรอบชิงชนะเลิศ
แต่การพาทีมเป็นแชมป์โลกเมื่อปี 2022 รวมถึงเข้าชิงในปีนี้ ก็ทำให้หลายคนยกย่องเมสซี่เป็น “ที่สุดตลอดกาล” เคียงข้างสองตำนานผู้ล่วงลับอย่าง เปเล่ และ ดิเอโก้ มาราโดน่า ไปแล้ว
หลังจบเกมนั้น เมสซี่ยังได้โพสต์ขอบคุณครอบครัว เพื่อนร่วมทีม สโมสร และรำลึกถึง “พระเจ้า” ของวงการลูกหนังอาร์เจนไตน์อย่างมาราโดน่า
ซึ่งโรนัลโด้ก็เป็นหนึ่งในคนที่เข้าไปคอมเมนต์ตอบเขา โดยยกย่องผลงานและเกียรติยศต่างๆ ที่เมสซี่สร้างไว้กับทีมชาติอาร์เจนตินา

การที่เรื่องราวแบบต่างขั้วของสองแข้งคู่ปรับตลอดกาลมาเกิดขึ้นในวันเดียวกัน จึงแย่งพื้นที่สื่ออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
และเนื่องด้วยประเด็นขัดแย้งของโรนัลโด้นั้นแรงกว่า ในหลายสื่อ ข่าวของโรนัลโด้จึงแย่งพื้นที่ข่าวลาทีมชาติของเมสซี่ไปโดยปริยาย
ท่ามกลางการคาดเดาของแฟนบอลบางส่วนว่าเป็นการ “ขโมยซีน” กันหรือไม่?
สิ่งที่ถูกจับตามองหลังจากนี้คืออนาคตที่เหลือก่อนแขวนสตั๊ดของทั้งคู่ว่าจะเป็นอย่างไร
กรณีของเมสซี่ไม่น่ามีอะไรหวือหวานัก เขายังคงค้าแข้งกับ อินเตอร์ ไมอามี ในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา รวมถึงการขยายธุรกิจของตัวเอง ด้วยการเข้าไปซื้อสโมสรเล็กๆ ทั้งทีม คอร์เนย่า ในลีกระดับดิวิชั่น 5 ของสเปน และทีม เอลเดนเซ่ ในลีกเซกุนดาของสเปน รวมถึงมีธุรกิจร้านอาหาร และสัญญาตลอดชีพกับแบรนด์ดัง อาดิดาส และธุรกิจและการลงทุนอื่นๆ
ฝั่งโรนัลโด้ยังคงค้าแข้งกับ อัล นาสเซอร์ ต่อไป พร้อมเป้าหมายที่เจ้าตัวเคยลั่นวาจาไว้ว่าอยากจะเล่นฟุตบอลอาชีพต่อจนกว่าจะสามารถทำสถิติยิงประตูทั้งระดับสโมสรและทีมชาติรวม 1,000 ประตูได้

อย่างไรก็ตาม กรณีฉาวกับทีมชาติล่าสุดทำให้ชื่อเสียงของเขาในสายตาเพื่อนร่วมชาติกระทบไปไม่น้อย
สื่อท้องถิ่นบอกว่า ตอนนี้แฟนบอลโปรตุเกสแบ่งออกเป็นสองฝักสองฝ่ายชัดเจน จากการสำรวจความเห็น มีคนตอบโพลที่เข้าข้างโรนัลโด้ในกรณีนี้เพียง 15 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ฝั่งเอาใจช่วยโรนัลโด้ก็ขึ้นป้ายบิลบอร์ดในประเทศส่งใจเชียร์แข้งดัง รวมถึงวิจารณ์เชซุสว่าไม่ให้เกียรติกัปตันทีม
ฝั่งสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสประกาศลงโทษแบนโรนัลโด้ชั่วคราวจนกว่าจะมีบทลงโทษที่ชัดเจนออกมา ซึ่งถ้าว่ากันตามกฎแล้ว นักเตะที่ออกจากแคมป์ทีมชาติอย่างกะทันหันโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องโดนลงโทษแบนถึง 6 เดือน ซึ่งด้วยอายุอานามของโรนัลโด้ในเวลานี้ ก็แทบจะปิดโอกาสที่เขาจะกลับไปติดทีมชาติอีก
ช่วงปีสองปีที่ผ่านมา โรนัลโด้มักโดนวิจารณ์และจับจ้องเสมอว่า กลายเป็น “จุดเกรงใจ” ที่ทำให้โค้ชทีมชาติไม่กล้าจับเขาเป็นตัวสำรอง ด้วยสถานะซุปเปอร์สตาร์ ประวัติศาสตร์ผลงานอันยาวนาน รวมถึงฐานแฟนบอลมหาศาล
ซึ่งบ่อยครั้งที่เขาโดนกูรูหรือแฟนบอลตั้งคำถามถึงประโยชน์ในทีมชาติ เพราะด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้เขาไม่สามารถช่วยไล่บอลหรือช่วยเกมรับได้มากเท่าสมัยก่อน ถึงแม้ว่าความใจสู้ และสัญชาตญาณ กับความเก๋าเกมจะยังมีประโยชน์กับทีมอยู่ก็ตาม
ตอนนี้หลายคนจึงจับตามองการตัดสินใจของสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสและกุนซือทีมชาติว่าจะพิจารณาโทษของโรนัลโด้ออกมารุนแรงขนาดไหน เพราะอาจจะเป็นตัวชี้ชะตาอนาคตในทีมชาติของเขา
รวมถึงระยะเวลาที่เหลือก่อนเจ้าตัวแขวนสตั๊ดได้เลยทีเดียว!
ใต้ภาพ
ของเซตโรนัลโด้ ใต้ภาพคือ
– ชอร์เก้ เชซุส กุนซือทีมชาติที่มีปัญหากับโรนัลโด้
– โรนัลโด้สวมปลอกแขนกัปตันให้บรูโน่ แฟร์นานเดส หลังโดนเปลี่ยนตัว
ของเซตเมสซี่ ใต้ภาพคือ
– เมสซี่กล่าวอำลาแฟนบอลในนัดสุดท้ายในนามทีมชาติ
– เพื่อนร่วมทีมหลั่งน้ำตาในนัดอำลาเมสซี่